📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

วิตามินซี กินตอนไหน กินเท่าไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์จากแพทย์ — ตอบทุกคำถาม

วิตามินซี กินตอนไหน กินเท่าไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์จากแพทย์ — ตอบทุกคำถาม
Thrive แนะนำ
Book your consultation at Thrive

Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.

นัดตรวจที่ Thrive →
⚠️ คำแนะนำทางการแพทย์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มอาหารเสริมทุกชนิด โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาอยู่
📌 สรุปสั้น — อ่าน 1 นาที
  • เวลาที่ดีที่สุด: หลังอาหารเช้าและเย็น แบ่งกิน 2 ครั้ง — วิตามินซีถูกขับออกภายใน 2–3 ชม. การแบ่งกินช่วยรักษาระดับในเลือดได้นานกว่า
  • ขนาดแนะนำ (NIH RDA): ผู้ชาย 90 mg/วัน · ผู้หญิง 75 mg/วัน · ผู้สูบบุหรี่ +35 mg · ขีดจำกัดบน (UL) = 2,000 mg/วัน
  • การดูดซึม: ร่างกายดูดซึมได้เกือบ 100% ที่ขนาด ≤200 mg แต่ลดเหลือ ~50% ที่ 1,000 mg — กินทีละน้อยดูดซึมได้มากกว่า
  • ประโยชน์หลัก 5 ด้าน: ภูมิคุ้มกัน, คอลลาเจน/ผิว, ต้านอนุมูลอิสระ, ดูดซึมเหล็ก, ลดระยะเวลาหวัด
  • ระวัง: กินเกิน 2,000 mg/วันเพิ่มความเสี่ยงนิ่วไต, ท้องเสีย, ระคายกระเพาะ — ปรึกษาแพทย์ถ้ามีประวัตินิ่ว

วิตามินซีคืออะไร และร่างกายใช้ทำอะไร

วิตามินซี (Vitamin C หรือ L-Ascorbic Acid) คือวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริมเท่านั้น ต่างจากสัตว์ส่วนใหญ่ที่สังเคราะห์วิตามินซีได้เองจากกลูโคส

บทบาทหลักของวิตามินซีในร่างกายมี 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ เป็น cofactor สำหรับเอนไซม์ที่สร้างคอลลาเจน (hydroxylation ของ proline และ lysine ใน procollagen), สารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกาย, กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทั้งระบบ innate และ adaptive และ ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก (non-heme iron) จากพืชให้มีประสิทธิภาพขึ้น

ทำไมร่างกายต้องการวิตามินซีทุกวัน?
เพราะวิตามินซีละลายในน้ำ — ร่างกายไม่สะสมไว้ใช้ระยะยาว ส่วนที่เกินจากความต้องการจะถูกขับออกทางปัสสาวะภายใน 2–3 ชั่วโมง การกินสม่ำเสมอทุกวันจึงสำคัญกว่าการกินมากๆ ในครั้งเดียว

ขนาดที่แนะนำ (RDA) ตามอายุและเพศ

ปริมาณวิตามินซีที่ต้องการแตกต่างกันตามอายุ เพศ และสถานะสุขภาพ ตามแนวทางของ National Institutes of Health (NIH) สหรัฐอเมริกา:

กลุ่มRDA (mg/วัน)Upper Limit (UL)
เด็ก 1–3 ปี15 mg400 mg
เด็ก 4–8 ปี25 mg650 mg
เด็ก 9–13 ปี45 mg1,200 mg
วัยรุ่นชาย 14–18 ปี75 mg1,800 mg
วัยรุ่นหญิง 14–18 ปี65 mg1,800 mg
ผู้ชายผู้ใหญ่ (≥19 ปี)90 mg2,000 mg
ผู้หญิงผู้ใหญ่ (≥19 ปี)75 mg
หญิงตั้งครรภ์85 mg2,000 mg
หญิงให้นมบุตร120 mg2,000 mg
ผู้สูบบุหรี่+35 mg ต่อวัน จากค่า RDA ปกติ — ควันบุหรี่ทำลายวิตามินซีในเลือดโดยตรง
🔬 เรื่องการดูดซึมที่หลายคนไม่รู้
ร่างกายดูดซึมวิตามินซีได้ เกือบ 100% ที่ขนาด ≤200 mg แต่ที่ 1,000 mg ดูดซึมได้เพียง ~50% และที่ขนาดสูงกว่านั้นยิ่งลดลงไปอีก ส่วนที่ไม่ถูกดูดซึมจะกลายเป็นตะกอนในลำไส้ทำให้ท้องเสีย — นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการแบ่งกินวันละ 2 ครั้งจึงได้ประโยชน์มากกว่าการกินครั้งละมากๆ (NIH Office of Dietary Supplements, 2024)

กินตอนไหนดีที่สุด? เช้า vs เย็น vs ก่อน/หลังอาหาร

คำถามนี้เป็นที่สงสัยมากที่สุด ตอบตรงๆ ตามหลักฐาน:

เวลาข้อดีข้อเสียแนะนำหรือไม่
ก่อนอาหาร 30 นาที ดูดซึมได้เร็วกว่าเล็กน้อย ระคายเคืองกระเพาะในบางคน โดยเฉพาะ Ascorbic acid เฉพาะคนที่กระเพาะแข็งแรง
หลังอาหาร ลดระคายเคืองกระเพาะ ดูดซึมคงที่ ดูดซึมช้ากว่าเล็กน้อย ✅ แนะนำสำหรับคนส่วนใหญ่
ตอนเช้าครั้งเดียว สะดวก จำง่าย ระดับในเลือดตกต่ำตอนกลางคืน ยอมรับได้แต่ไม่ optimal
แบ่งเช้า + เย็น รักษาระดับในเลือดคงที่ตลอด 24 ชม. ต้องจำ 2 ครั้ง ✅ ดีที่สุด — แนะนำโดย NIH
ก่อนนอน – ไม่มีประโยชน์พิเศษ บางคนนอนไม่หลับจากกรด ❌ ไม่แนะนำ
สูตรง่ายที่สุดจาก Thrive Clinic:
กินวิตามินซี 500 mg หลังอาหารเช้า + 500 mg หลังอาหารเย็น = 1,000 mg/วัน ดูดซึมดี ไม่ระคาย รักษาระดับได้นาน ปลอดภัยสำหรับคนสุขภาพดีทั่วไป

วิตามินซี 6 ประเภท — แตกต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหน

วิตามินซีในท้องตลาดมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีข้อดีเฉพาะ เลือกให้ตรงกับความต้องการ:

Ascorbic Acid
ราคาถูกที่สุด
รูปแบบพื้นฐาน ดูดซึมดี แต่มีกรดสูง อาจระคายกระเพาะในคนบางกลุ่ม เหมาะกับคนที่กระเพาะปกติ
Sodium Ascorbate
กระเพาะอ่อนแอ
Buffered form — ความเป็นกรดต่ำกว่า ไม่ระคายกระเพาะ มีโซเดียมเล็กน้อย ระวังถ้าต้องจำกัดโซเดียม
Calcium Ascorbate
กระเพาะอ่อนแอ
Buffered form อีกชนิด ได้ทั้งวิตามินซีและแคลเซียม pH เป็นกลาง ระคายน้อยที่สุดในกลุ่ม Ascorbate
Ester-C
ดูดซึมดี
Calcium ascorbate พร้อม metabolites (threonate, lyxonate) ที่อ้างว่าเพิ่มการดูดซึม มีข้อมูลสนับสนุนบางส่วน
Liposomal Vitamin C
ดูดซึมสูงสุด
ห่อหุ้มด้วย phospholipid liposome ซึมผ่านผนังลำไส้ได้ดีกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการขนาดสูงโดยไม่ท้องเสีย ราคาแพงที่สุด
Ascorbyl Palmitate
ละลายไขมัน
วิตามินซีที่ละลายในไขมัน นิยมใช้ใน skincare มากกว่ากินเป็นอาหารเสริม ประสิทธิภาพเสริมภูมิคุ้มกันต่ำกว่ารูปแบบอื่น

5 ประโยชน์หลักของวิตามินซีที่มีหลักฐานรองรับ

  • 1 เสริมภูมิคุ้มกัน — กระตุ้น neutrophil และ lymphocyte
    วิตามินซีสะสมในนิวโทรฟิลและแมคโครฟาจในระดับที่สูงกว่าพลาสมา 50–100 เท่า ช่วยเพิ่มความสามารถในการฆ่าเชื้อและกำจัดซากเซลล์อักเสบ ผลการวิจัยจาก PMC5707683 (2017) ยืนยันว่าการกิน ≥200 mg/วันลดระยะเวลาเป็นหวัดได้ 8% ในผู้ใหญ่ และ 14% ในเด็ก
  • 2 สร้างคอลลาเจน — ผิว กระดูก เอ็น บาดแผล
    วิตามินซีเป็น cofactor จำเป็นสำหรับเอนไซม์ prolyl hydroxylase และ lysyl hydroxylase ที่สร้าง triple helix ของคอลลาเจน ขาดวิตามินซีเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อคุณภาพคอลลาเจนทันที การศึกษา PMC6204628 พบว่า วิตามินซีเสริมช่วยเร่งการสังเคราะห์คอลลาเจนหลังการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเอ็นได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • 3 ต้านอนุมูลอิสระ — ปกป้องเซลล์จากความเสียหาย
    วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำที่สำคัญที่สุดในร่างกาย ช่วย "รีไซเคิล" วิตามิน E ที่ถูกออกซิไดซ์กลับมาใช้ใหม่ได้ ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์จากความเสียหาย oxidative และลดระดับ biomarkers ของ oxidative stress ในเลือด
  • 4 เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช
    วิตามินซีเปลี่ยน Fe³⁺ (รูปที่ดูดซึมยาก) เป็น Fe²⁺ (รูปที่ดูดซึมง่าย) ในลำไส้เล็ก การกินวิตามินซีร่วมกับอาหารที่มีธาตุเหล็กจากพืชเพิ่มการดูดซึมได้สูงสุด 67% เป็นประโยชน์มากสำหรับผู้กินมังสวิรัติ ผู้มีภาวะโลหิตจาง และผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์
  • 5 ลดระยะเวลาฟื้นตัวจากการติดเชื้อ
    ในผู้ป่วยที่มีระดับวิตามินซีต่ำ (พบบ่อยในผู้ป่วย ICU) การเสริมวิตามินซีขนาด 0.25–0.8 g/วัน ลดระยะเวลาอยู่โรงพยาบาลได้ 19% และขนาด 0.5–1.6 g/วัน ลดระยะเวลาได้ถึง 36% (Carr & Maggini, PMC5707683, 2017)

สัญญาณขาดวิตามินซีที่มักมองข้าม

การขาดวิตามินซีระดับรุนแรง (Scurvy) หายากในปัจจุบัน แต่การขาดระดับปานกลางพบได้บ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะในผู้กินผักผลไม้น้อย สัญญาณที่ควรสังเกต:

🩸
เหงือกเลือดออกง่าย
สัญญาณคลาสสิกของการขาดวิตามินซี เพราะคอลลาเจนเหงือกเสื่อมสภาพ
🤕
แผลหายช้าผิดปกติ
คอลลาเจนไม่เพียงพอสำหรับการสมานแผล ทั้งผิวหนังและเนื้อเยื่อ
😫
อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
วิตามินซีมีบทบาทในการสังเคราะห์ carnitine ที่ช่วยขนส่งไขมันเข้าไมโตคอนเดรีย
🦷
ผิวแห้ง ผิวหยาบ
คอลลาเจนในชั้นผิวลดลง ผิวขาดความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น
🦴
ปวดข้อ ข้อบวม
คอลลาเจนในกระดูกอ่อนและข้อต่อลดลง เพิ่มการอักเสบ
🤧
ป่วยบ่อย หวัดเรื้อรัง
ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง neutrophil ทำงานน้อยลง

กินร่วมกับอะไรได้และไม่ได้ — ตารางปฏิกิริยา

กินร่วมกับผลที่เกิดคำแนะนำ
ธาตุเหล็ก (Iron) ดีมาก — เพิ่มการดูดซึม non-heme iron ได้สูงสุด 67% ✅ กินพร้อมกันได้เลย
วิตามิน E ดี — วิตามินซีช่วย "รีไซเคิล" วิตามิน E ที่ถูกออกซิไดซ์ ✅ กินร่วมกันได้ เสริมกัน
คอลลาเจน (Collagen) ดีมาก — วิตามินซีจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์คอลลาเจน ✅ กินพร้อมกันดีที่สุด
Warfarin (ยากันเลือดแข็ง) ระวัง — วิตามินซีขนาดสูง (≥1,000 mg/วัน) อาจเพิ่มฤทธิ์ยา ⚠️ ปรึกษาแพทย์ก่อน
ยาเคมีบำบัด ซับซ้อน — วิตามินซีขนาดสูงอาจรบกวนฤทธิ์ยาบางชนิด ❌ ห้ามกินโดยไม่ปรึกษาแพทย์
แอนแทซิด (CaCO₃) อาจลดการดูดซึมวิตามินซีเล็กน้อยถ้ากินพร้อมกัน ⚠️ เว้นช่วง 1–2 ชั่วโมง
ทองแดง (Copper) วิตามินซีขนาดสูงเรื้อรังอาจลดการดูดซึม copper เล็กน้อย ⚠️ ไม่ควรกิน ≥2,000 mg ระยะยาว

กินมากเกินไปเป็นอย่างไร — ผลข้างเคียงที่ต้องรู้

วิตามินซีมีความปลอดภัยสูงเพราะละลายในน้ำและขับออกได้เอง แต่การกินเกิน 2,000 mg/วัน เป็นประจำมีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง:

⚠️ ผลข้างเคียงจากวิตามินซีขนาดสูง
  • ท้องเสีย, คลื่นไส้, ปวดเกร็งท้อง — เกิดจากวิตามินซีที่ไม่ถูกดูดซึมดึงน้ำเข้าลำไส้ (Osmotic effect)
  • นิ่วไตชนิดแคลเซียมออกซาเลต — วิตามินซีส่วนเกินถูกเปลี่ยนเป็น oxalate สะสมที่ไต ความเสี่ยงสูงในผู้มีประวัตินิ่ว
  • เหล็กสะสมเกิน (Iron overload) — ในผู้ที่มี Hemochromatosis หรือ Thalassemia การดูดซึมเหล็กที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นอันตราย
  • False negative ในตรวจ Fecal Occult Blood — วิตามินซีสูงอาจทำให้ผลตรวจเลือดในอุจจาระผิดพลาด
กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ:
ผู้มีประวัตินิ่วไต, ผู้ป่วย Thalassemia, ผู้ป่วย G6PD deficiency (ขาดเอนไซม์ G6PD), และผู้ที่รับยา Warfarin หรือเคมีบำบัด — กลุ่มเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินวิตามินซีเกิน 500 mg/วัน

ต้องการตรวจระดับวิตามินซีในเลือดหรือออกแบบแผนอาหารเสริม?

Thrive Wellness Clinic ลาดพร้าว — ตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ วางแผนเฉพาะบุคคล ไม่ใช่แค่สูตรมาตรฐาน

บริการที่เกี่ยวข้องที่ Thrive Wellness Clinic

💊
วิตามินและแร่ธาตุ
ตรวจและเสริมครบวงจร
💉
IV Drip วิตามินซี
High-dose IV C
🩺
ตรวจสุขภาพเชิงลึก
รวมระดับวิตามิน
🧬
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง
Food Intolerance IgG

สงสัยว่าร่างกายขาดวิตามินซีหรือเปล่า?

ตรวจระดับวิตามินซีและสารอาหารในเลือดได้ที่ Thrive Wellness Clinic
เปิดทุกวัน 10:00–19:00 | The Crystal Park ลาดพร้าว ชั้น 2 อาคาร B

อ้างอิง

  1. National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. "Vitamin C — Health Professional Fact Sheet." 2024. ods.od.nih.gov/factsheets/VitaminC-HealthProfessional/
  2. Carr AC, Maggini S. "Vitamin C and Immune Function." Nutrients, 2017. PMC5707683. pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5707683/
  3. DePhillipo NN, et al. "Efficacy of Vitamin C Supplementation on Collagen Synthesis." Orthopaedic Journal of Sports Medicine, 2018. PMC6204628. pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6204628/
  4. Bangkok Hospital. "Know the Types of Vitamin C and the Correct Way to Take It." bangkokhospital.com
  5. Drug Information Center, Faculty of Pharmacy, PSU. "ผลข้างเคียงหากกินวิตามินซีขนาดสูง." drug.pharmacy.psu.ac.th

คำถามที่พบบ่อย

วิตามินซีควรกินตอนไหนดีที่สุด เช้าหรือเย็น?

กินหลังอาหารทั้งเช้าและเย็นดีที่สุด — วิตามินซีละลายในน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะภายใน 2–3 ชั่วโมง การแบ่งกิน 2 ครั้งช่วยรักษาระดับในเลือดให้คงที่ตลอดวัน หากกินครั้งเดียวให้เลือกตอนเช้าหลังอาหารเพื่อให้ร่างกายได้ใช้ประโยชน์ระหว่างวัน

วิตามินซีกินวันละเท่าไรดี?

RDA (ปริมาณที่แนะนำ) ตาม NIH: ผู้ชาย 90 mg/วัน ผู้หญิง 75 mg/วัน ผู้สูงบุหรี่ +35 mg เพิ่ม สำหรับผู้ที่กินเป็นอาหารเสริมเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน นิยมกิน 500–1,000 mg/วัน ซึ่งปลอดภัย แต่ไม่ควรเกิน 2,000 mg/วัน (Upper Limit ของ NIH)

วิตามินซีกินมากเกินไปอันตรายไหม?

อันตรายได้ถ้าเกิน 2,000 mg/วันเป็นประจำ — ผลข้างเคียงที่พบบ่อย: ท้องเสีย คลื่นไส้ ปวดเกร็งท้อง ที่สำคัญกว่าคือวิตามินซีส่วนเกินถูกเปลี่ยนเป็นออกซาเลตและสะสมที่ไต เพิ่มความเสี่ยงนิ่วไตชนิดแคลเซียมออกซาเลตในผู้ที่มีประวัติเป็นนิ่ว

วิตามินซีประเภทไหนดูดซึมดีที่สุด?

Liposomal Vitamin C ดูดซึมได้ดีที่สุด เพราะห่อหุ้มด้วยไขมัน (phospholipid) ซึมผ่านผนังลำไส้ได้ง่ายกว่า ตามมาด้วย Ester-C (calcium ascorbate ที่มี metabolites) และ Sodium/Calcium Ascorbate ที่ระคายเคืองกระเพาะน้อยกว่า Ascorbic acid ธรรมดา

วิตามินซีกินร่วมกับเหล็ก (Iron) ได้ไหม?

ได้ — และแนะนำให้กินร่วมกันเลย วิตามินซีเปลี่ยน Iron (Fe³⁺) ให้เป็นรูปที่ดูดซึมได้ง่ายกว่า (Fe²⁺) เพิ่มการดูดซึม non-heme iron (จากพืช) ได้สูงสุด 67% เป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ที่กินมังสวิรัติหรือมีภาวะโลหิตจาง

วิตามินซีช่วยป้องกันหวัดได้จริงไหม?

ช่วยได้บ้างแต่ไม่ใช่ยาป้องกัน — Meta-analysis จาก PMC (2017) พบว่าการกินวิตามินซี ≥200 mg/วันสม่ำเสมอลดระยะเวลาเป็นหวัดได้ 8% ในผู้ใหญ่ และ 14% ในเด็ก แต่ไม่ได้ลดอัตราการเป็นหวัด ยกเว้นในกลุ่มที่ออกกำลังกายหนัก (marathon runners, soldiers) ซึ่งลดได้ถึง 50%

Thrive แนะนำ
Book your consultation at Thrive

Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.

นัดตรวจที่ Thrive →
พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี หมอนุ่น แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ Thrive Wellness

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ ดูแลการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก พร้อมให้คำปรึกษาแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ Thrive Wellness Clinic

Anti-aging & Regenerative MedicineNutrition WellnessFunctional Medicine

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive