📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

โครเมียม (Chromium) ลดความอยากน้ำตาล สมดุล Blood Sugar และ Insulin อย่างไร

โครเมียม (Chromium) ลดความอยากน้ำตาล สมดุล Blood Sugar และ Insulin อย่างไร
Thrive แนะนำ
Book your consultation at Thrive

Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.

นัดตรวจที่ Thrive →
โครเมียม Chromium ลดความอยากน้ำตาล Insulin Sensitivity
Metabolic Health & Blood Sugar
โครเมียม (Chromium) ลดความอยากน้ำตาล
สมดุล Blood Sugar และ Insulin อย่างไร

Chromium (โครเมียม) เป็น Trace Mineral ที่ถูกมองข้ามในเรื่อง Glucose Metabolism ระดับ Chromium ที่เพียงพอช่วยเพิ่ม Insulin Sensitivity ผ่านกลไก Chromodulin ที่กระตุ้น Insulin Receptor Tyrosine Kinase ลดความอยากน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต และสนับสนุนการควบคุม Blood Sugar ในผู้ที่มี Pre-Diabetes, Metabolic Syndrome และ PMOS แต่น่าเสียดายที่อาหารแปรรูปและน้ำตาลสูงในวิถีชีวิตสมัยใหม่กลับทำให้ร่างกายสูญเสีย Chromium ออกทางปัสสาวะมากขึ้น สร้างวงจรที่ยิ่งกินหวานยิ่งขาด Chromium

เขียนโดย พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี (หมอนุ่น) · Thrive Wellness Center · 17 พฤษภาคม 2569

90%+
ชาวอเมริกัน (และน่าจะคล้ายกันในไทย) กินอาหารที่มี Chromium ต่ำกว่า AI อยู่
7×
การกินน้ำตาล High-Glucose Load ครั้งเดียวเพิ่มการขับ Chromium ทางปัสสาวะถึง 7 เท่า
2.8%
Bioavailability ของ Chromium Picolinate เทียบกับ Chromium Chloride ที่ 0.4%
35 µg
AI (Adequate Intake) สำหรับผู้ชายวัยกลางคน 19–50 ปี — ผู้หญิงต้องการ 25 µg/วัน

โครเมียม (Chromium) คืออะไร และทำงานอย่างไรใน Glucose Metabolism

Chromium (Cr) เป็น Essential Trace Mineral ในกลุ่ม Transition Metals ที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยมาก (Microgram Level) แต่มีบทบาทสำคัญต่อ Glucose Metabolism และ Insulin Signaling Chromium ที่มีประโยชน์ทางชีวภาพในร่างกายมนุษย์คือ Trivalent Chromium (Cr³⁺) ซึ่งต่างจาก Hexavalent Chromium (Cr⁶⁺) ที่พบในการปนเปื้อนอุตสาหกรรมและเป็น Carcinogen ร่างกายดูดซึม Trivalent Chromium จากอาหารได้เพียง 0.4–2.5% เท่านั้น ส่วนที่เหลือถูกขับออกทางอุจจาระ

กลไกหลักของ Chromium ต่อ Glucose Metabolism ผ่าน Chromodulin (Low-Molecular-Weight Chromium-Binding Substance, LMWCr) ซึ่งเป็น Oligopeptide ที่จับกับ Cr³⁺ อย่างเฉพาะเจาะจง เมื่อ Insulin จับกับ Insulin Receptor (Tyrosine Kinase Receptor) Chromodulin จะถูกระดมจาก Vesicles ภายในเซลล์ไปจับกับส่วน Intracellular ของ Receptor กระตุ้น Tyrosine Kinase Activity ของ Receptor ทำให้ Insulin Signaling Cascade (IRS-1 → PI3K → Akt → GLUT4 Translocation) ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลไก Chromium เพิ่ม Insulin Sensitivity 4 ขั้นตอน

1
Insulin Receptor Amplification Insulin จับกับ Alpha-Subunit ของ Insulin Receptor → กระตุ้น Beta-Subunit Tyrosine Kinase → Chromodulin-Cr³⁺ จับกับ Activated Receptor → Amplify Tyrosine Kinase Activity 6–8 เท่า เซลล์ตอบสนองต่อ Insulin ที่ระดับต่ำกว่าได้มากขึ้น
2
GLUT4 Translocation ที่ Muscle และ Adipose Insulin Signaling ที่ถูก Amplify ผ่าน PI3K → Akt (PKB) → กระตุ้น GLUT4 Vesicle Translocation ไปยัง Plasma Membrane เพิ่มการนำ Glucose เข้าเซลล์ กล้ามเนื้อรับ Glucose ได้มากขึ้น Blood Sugar ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ
3
Hepatic Glucose Output Suppression Chromium ช่วยให้ Insulin ยับยั้ง Gluconeogenesis และ Glycogenolysis ในตับได้ดีขึ้น ผ่านการ Suppress PEPCK (Phosphoenolpyruvate Carboxykinase) — Enzyme หลักของ Gluconeogenesis ลด Fasting Blood Glucose โดยตรง
4
Brain Insulin Signaling — ลดความอยากน้ำตาล Chromium เพิ่ม Insulin Sensitivity ที่ Hypothalamus ซึ่งควบคุม Appetite ผ่าน Leptin-Insulin-NPY Axis Insulin ที่ทำงานได้ดีขึ้นใน Hypothalamus ช่วยลด Neuropeptide Y (NPY) Signaling ที่กระตุ้นความอยากคาร์โบไฮเดรต และเพิ่ม POMC/CART Signaling ที่กระตุ้นความรู้สึกอิ่ม

Chromodulin มี Turnover Rate สูง — เมื่อ Blood Glucose สูง Chromium ถูกปล่อยออกจาก Chromodulin-Receptor Complex และขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้นยิ่งกิน High-Glycemic Food บ่อย ยิ่งสูญเสีย Chromium มากขึ้น เกิด Vicious Cycle ที่ Chromium ยิ่งขาด → Insulin Sensitivity ยิ่งแย่ → Blood Sugar Spikes บ่อยขึ้น → ขับ Chromium มากขึ้นอีก

ประโยชน์ของ Chromium ที่มีงานวิจัยรองรับ

Chromium มีงานวิจัยทางคลินิกที่ศึกษาประโยชน์หลักใน 4 ด้านคือ Blood Sugar Control, Insulin Resistance, Weight Management และ Lipid Profile ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกันผ่านกลไก Chromodulin และ Insulin Signaling Cascade ที่ดีขึ้น ทำให้ Chromium เป็น Micronutrient ที่มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับยุคที่ Metabolic Syndrome และ Pre-Diabetes พบมากขึ้นเรื่อยๆ

1. Blood Sugar Control และ Type 2 Diabetes

งานวิจัยที่สำคัญที่สุดในด้านนี้คือ RCT ขนาดใหญ่ของ Anderson (1997, PMID9366247) ในผู้ป่วย Type 2 Diabetes 180 คนในจีน พบว่า Chromium Picolinate 1,000 µg/วัน ลด HbA1c จาก 8.5% เป็น 7.5% (ลด 1%) และลด Fasting Glucose อย่างมีนัยสำคัญใน 4 เดือน Meta-Analysis ของ Abdollahi (2013, PMID22892049) วิเคราะห์ RCT 25 งาน พบว่า Chromium Supplementation ลด Fasting Blood Glucose เฉลี่ย 9.9 mg/dL และ HbA1c 0.54% ในผู้ป่วย Type 2 Diabetes ผลดีที่สุดในผู้ที่มีระดับ Chromium ต่ำกว่าปกติ

2. ลดความอยากน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต

งานวิจัยของ Anton (2008, PMID18556586) ใน Double-Blind RCT ผู้ที่มี Overweight 42 คน พบว่า Chromium Picolinate 1,000 µg/วัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ลด Carbohydrate Craving ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบ Placebo ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับ Serotonin Turnover และ Brain Insulin Signaling ผู้เข้าร่วมรายงานว่าความอยากกินหวานและแป้งลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงบ่ายและก่อนนอนที่มักอยากหวานมากที่สุด

3. Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome (PMOS)

PMOS มักเกี่ยวข้องกับ Insulin Resistance ซึ่งทำให้ Androgen (Testosterone) สูงกว่าปกติ งานวิจัย RCT ของ Lydic (2006) และ Lucidi (2005, PMID16359947) พบว่า Chromium Picolinate 200 µg/วัน ช่วยปรับ Insulin Sensitivity ใน PMOS ผู้หญิง ลด Fasting Insulin, ลด Free Testosterone และปรับปรุง Menstrual Regularity ได้บ้างในบางการศึกษา อย่างไรก็ตามผล PMOS ยังเป็น Preliminary — ต้องการ RCT ขนาดใหญ่กว่านี้ยืนยัน

4. Lipid Profile

Chromium มีผลต่อ Lipid Metabolism บ้าง งานวิจัยบางส่วนพบว่า Chromium Picolinate ลด Total Cholesterol, LDL-C และ Triglyceride เล็กน้อย และเพิ่ม HDL-C ในผู้ที่มี Dyslipidemia กลไกที่เสนอคือ Insulin Sensitivity ที่ดีขึ้นลด Hepatic VLDL Synthesis ทางอ้อม เมื่อ Insulin ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตับลด De Novo Lipogenesis (การสังเคราะห์ไขมันจากน้ำตาลส่วนเกิน) ทำให้ระดับ Triglyceride และ VLDL ลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตามผลต่อ Lipid มักน้อยกว่าผลต่อ Blood Glucose และ Insulin ในงานวิจัยส่วนใหญ่ และไม่ควรใช้เป็น Treatment หลักสำหรับ Dyslipidemia โดยไม่ร่วมกับการปรับ Diet และ Exercise

Pre-Diabetes Prevention ผู้ที่มี Impaired Fasting Glucose (100–125 mg/dL) หรือ Impaired Glucose Tolerance มี Chromium Status ต่ำกว่าผู้ที่มี Normal Glucose Tolerance งานวิจัยในกลุ่ม High-Risk พบว่า Chromium + Exercise + Diet ลดการพัฒนาเป็น Type 2 Diabetes ได้มากกว่า Diet+Exercise เพียงอย่างเดียว
Gestational Diabetes ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มี Gestational Diabetes มีระดับ Chromium ในปัสสาวะสูงกว่าปกติ (สูญเสียมาก) บ่งชี้ภาวะขาด Chromium เรียกว่า Chromium Wasting งานวิจัยเบื้องต้นพบว่า Chromium อาจช่วย Gestational Diabetes Management แต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมในหญิงตั้งครรภ์

แหล่งอาหารที่มี Chromium สูงและปริมาณที่เพียงพอ

Chromium พบในอาหารหลายชนิดแต่มักอยู่ในปริมาณน้อยมาก อาหารแปรรูป ข้าวขัดขาว และน้ำตาลแทบไม่มี Chromium เลย ทำให้อาหารสมัยใหม่ที่เน้น Ultra-Processed Foods มีโอกาสขาด Chromium สูงกว่าอาหารแบบดั้งเดิม

อาหาร Chromium (µg/100g) หมายเหตุ
Brewer's Yeast (ยีสต์เบียร์)60 µgแหล่งสูงสุด GTF Chromium — กิน 1–2 ช้อนโต๊ะ/วัน
เปลือกข้าวสาลี (Wheat Bran)10–15 µgข้าวสาลีขัดขาวมีน้อยกว่า 90%
บร็อคโคลี (Broccoli)11 µgแหล่งผักที่ดีที่สุด
เนื้อวัว/ตับวัว2–5 µgPreformed Chromium ดูดซึมได้ดี
มันฝรั่ง (ทั้งเปลือก)3 µgปอกเปลือกแล้วลดลงมาก
กระเทียม3 µgรูปแบบ Organic Chromium
ถั่วแดง/ถั่วเหลือง3–4 µgโปรตีนจากพืชที่มี Chromium ดี
ไข่ไก่2 µg/ฟองดูดซึมได้ดีจาก Organic Matrix

การเลือกอาหาร Whole Grain แทนแป้งขัดขาว เพิ่ม Chromium ได้อย่างมีนัยสำคัญ ข้าวกล้อง, Oatmeal, Quinoa และขนมปัง Whole Wheat มี Chromium ในปริมาณที่ช่วยเสริมความต้องการรายวันได้ สำหรับโปรตีน เนื้อวัวและเนื้อสัตว์อวัยวะ (Organ Meats) มี Chromium สูงกว่าเนื้อขาว นอกจากนี้การปรุงอาหารในหม้อสแตนเลสสามารถเพิ่ม Chromium เล็กน้อยจากการที่โลหะละลายออกในอาหารกรด เช่น มะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ หรืออาหารที่ใส่น้ำมะนาว

กลุ่มที่เสี่ยงขาด Chromium

ผู้ที่กิน High-Sugar Diet น้ำตาลกระตุ้นการขับ Chromium ทางปัสสาวะ 7 เท่า ผู้ที่ดื่มน้ำอัดลม, ชาไข่มุก, น้ำผลไม้, กินขนมหวานบ่อย หรือกินอาหาร High-Glycemic Index อย่างสม่ำเสมอ สูญเสีย Chromium อย่างต่อเนื่อง
นักกีฬาและออกกำลังกายหนัก Chromium สูญเสียทางเหงื่อ 0.5–1.5 µg/ชั่วโมงของการออกกำลังกายหนัก ยิ่งเหงื่อออกมาก ยิ่งต้องการ Chromium เพิ่ม งานวิจัยพบว่านักกีฬาทั้ง Endurance และ Strength Training มีระดับ Chromium ต่ำกว่าผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย
ผู้ที่มีความเครียดสูง Cortisol และ Glucagon (ที่หลั่งในช่วงเครียด) เพิ่ม Blood Glucose → กระตุ้นการขับ Chromium Chronic Stress จึงทำให้ Chromium ลดลงสะสม ทำให้วงจร Stress → Blood Sugar ไม่คงที่ → Craving → เครียดมากขึ้นวนไม่จบ
ผู้สูงอายุและผู้หญิงหลังวัยทอง การดูดซึม Chromium จากลำไส้ลดลงตามอายุ ผู้หญิงวัยทองมักมี Insulin Resistance เพิ่มขึ้นตาม Estrogen ที่ลดลง ทำให้ต้องการ Chromium มากขึ้น แต่กลับได้รับน้อยลงพร้อมกัน

การเสริม Chromium อย่างถูกต้องและปลอดภัย

ไม่มีค่า RDA สำหรับ Chromium แต่มี AI (Adequate Intake) ที่ตั้งไว้ดังนี้ และขีดจำกัดความปลอดภัย (UL) ยังไม่ถูกกำหนดเนื่องจาก Chromium Trivalent มีความเป็นพิษต่ำมาก

กลุ่ม AI (µg/วัน) Therapeutic Range (µg/วัน)
ผู้ชาย 19–50 ปี35200–1,000
ผู้หญิง 19–50 ปี25200–1,000
ผู้ชาย 51+ ปี30200–600
ผู้หญิง 51+ ปี20200–600
หญิงตั้งครรภ์30ปรึกษาแพทย์ก่อน
Type 2 Diabetes / PMOS25–35400–1,000 (ภายใต้การดูแลแพทย์)

รูปแบบ Chromium Supplement และ Bioavailability

Chromium Picolinate Bioavailability สูงสุด ~2.8% มีงานวิจัยมากที่สุด ดูดซึมได้ดีกว่า Chromium Chloride ~7 เท่า เหมาะสำหรับ Blood Sugar Control และ Carb Craving Reduction ราคาถูก หาง่าย
GTF Chromium (Brewer's Yeast) Organically Bound Form ความปลอดภัยสูง ดูดซึมได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Natural Form มาพร้อม B Vitamins จาก Yeast Matrix ซึ่งช่วยเพิ่ม Glucose Metabolism โดยรวม
Chromium Polynicotinate Chromium + Niacin (Nicotinic Acid) ให้ประโยชน์ทั้ง Chromium และ Niacin พร้อมกัน Niacin เสริม Insulin Sensitivity ผ่าน GPR109A Receptor และลด Triglyceride เพิ่มประสิทธิภาพ Metabolic Support

เวลาที่เหมาะสมในการรับประทาน

แนะนำให้รับประทาน Chromium พร้อมอาหาร หรือไม่นานหลังอาหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ Postprandial Blood Sugar ที่สูงขึ้นหลังมื้ออาหาร หากรับประทาน 2 ครั้ง/วัน ให้รับประทานในมื้อที่มีคาร์โบไฮเดรตมากที่สุด 2 มื้อนั้น ควรเว้น 2 ชั่วโมงจาก Antacids (ลดการดูดซึม) และควรระวังหากรับประทานร่วมกับยา Metformin หรือ Insulin เพราะอาจเสริมฤทธิ์ลด Blood Sugar รวมกัน

Chromium + Magnesium + B6 Synergy: Chromium, Magnesium และวิตามิน B6 ทำงานร่วมกันในการจัดการ Insulin Sensitivity และ Blood Sugar Stability Magnesium (300–400 mg/วัน) เป็น Cofactor สำหรับ Insulin Receptor Tyrosine Kinase และ GLUT4 Translocation — การขาด Magnesium ทำให้ประสิทธิภาพของ Chromium ลดลงอย่างมีนัยสำคัญแม้จะเสริม Chromium เพียงพอ B6 (Pyridoxal-5-Phosphate) ช่วยสนับสนุนการสร้าง Chromodulin และปรับ Glucose Metabolism ในตับผ่าน Glycogen Synthesis Pathway งานวิจัยพบว่าการเสริมทั้ง 3 ตัวพร้อมกันให้ผลต่อ Blood Sugar Control ดีกว่าแยกกัน โดยเฉพาะในกลุ่ม Pre-Diabetes
⚠️ ข้อควรระวัง: ผู้ที่ใช้ยา Insulin หรือยาลด Blood Sugar ชนิดอื่น ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสริม Chromium เพราะอาจทำให้ Blood Glucose ต่ำเกิน (Hypoglycemia) โดยเฉพาะเมื่อเสริมขนาด >600 µg/วัน นอกจากนี้ผู้ที่มีโรคไตเรื้อรังควรหลีกเลี่ยงขนาดสูง เพราะไตทำหน้าที่ขับ Chromium ส่วนเกินออก

การตรวจและประเมิน Chromium Status ที่ Thrive Wellness

การตรวจ Chromium Status โดยตรงทำได้หลายวิธี แต่ใน Functional Medicine มักดูบริบทรวมกับ Markers ของ Insulin Resistance และ Blood Sugar Control เพื่อให้ภาพที่สมบูรณ์กว่า เพราะการขาด Chromium มักไม่มีอาการเฉพาะเจาะจงและแยกจาก Insulin Resistance ทั่วไปได้ยาก จึงต้องวิเคราะห์ร่วมกับประวัติอาหาร Lifestyle และ Lab อื่นๆ อีก

Serum & RBC Chromium
ตรวจระดับ Chromium ในเลือดและเม็ดเลือดแดง RBC Chromium สะท้อนสถานะระยะยาวได้ดีกว่า Serum ค่าปกติ Serum Chromium 0.05–0.5 µg/L แต่ค่านี้อาจไม่สะท้อน Tissue Chromium ได้แม่นยำ
Urine Chromium (24h)
ตรวจ Chromium ในปัสสาวะ 24 ชั่วโมงเพื่อดูการสูญเสีย ค่าสูงบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังสูญเสีย Chromium มาก มักพบในผู้ที่กิน High-Sugar Diet หรือมี High Cortisol
Insulin Resistance Panel
Fasting Insulin, HOMA-IR, Fasting Glucose, HbA1c ใช้ประเมิน Functional Chromium Adequacy ทางอ้อม ผู้ที่มี HOMA-IR สูงและ Chromium ต่ำพร้อมกันได้ประโยชน์จากการเสริม Chromium มากที่สุด
Micronutrient Panel
ตรวจ Chromium ร่วมกับ Magnesium (RBC), Zinc, Vanadium, B6 ซึ่งเป็น Cofactors สำหรับ Insulin Signaling และ Glucose Metabolism ให้ภาพรวม Metabolic Micronutrient Status ที่สมบูรณ์

ใน Functional Medicine การประเมิน Chromium Adequacy ไม่ได้ขึ้นกับค่าในเลือดเพียงอย่างเดียว เพราะ Chromium Serum Level อาจไม่สะท้อน Intracellular Chromodulin ได้ดี แพทย์มักดู Functional Markers ร่วม เช่น HOMA-IR, Postprandial Glucose Curves (ผ่าน Continuous Glucose Monitor หรือ 2-hour Oral Glucose Tolerance Test), Fasting Insulin และ Pattern ของ Carbohydrate Craving เพื่อตัดสินใจว่าเหมาะสมที่จะเสริม Chromium ในขนาดใดและระยะเวลาเท่าไหร่

คำถามที่พบบ่อย

โครเมียม (Chromium) คืออะไร ร่างกายต้องการเพราะอะไร

Chromium (โครเมียม) เป็น Essential Trace Mineral ที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยมาก (20–35 µg/วัน) แต่สำคัญต่อ Glucose Metabolism โดยเป็นส่วนประกอบของ Chromodulin (Low-Molecular-Weight Chromium-Binding Substance, LMWCr) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ Insulin ที่ Insulin Receptor ระดับ Chromium ในร่างกายลดลงตามอายุ และยิ่งลด

Chromium ช่วยลดความอยากน้ำตาลได้จริงหรือไม่

งานวิจัย RCT หลายชิ้นพบว่า Chromium Picolinate 400–1,000 µg/วัน ลดความอยากน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate Craving) ได้อย่างมีนัยสำคัญ กลไกหลักผ่านการปรับ Insulin Signaling ที่ Brain — Chromium เพิ่ม Insulin Sensitivity ที่ Hypothalamus ทำให้ Leptin Signal ที่ควบคุมความหิว-อิ่มทำงานได้ดีขึ้น งานวิจัยของ Anton (2008,

Chromium Picolinate แตกต่างจาก Chromium Polynicotinate และ GTF Chromium อย่างไร

Chromium มีหลายรูปแบบในผลิตภัณฑ์เสริม: Chromium Picolinate (Cr + Picolinic Acid) มี Bioavailability สูงสุด (~2.8% Absorption เทียบกับ Chromium Chloride 0.4%) มีงานวิจัยมากที่สุด; GTF Chromium (Glucose Tolerance Factor) รูปแบบจาก Brewer's Yeast เป็น Organically Bound Chromium Complex มีความปลอดภัยสูง; Chromium Polynicot

ใครที่เสี่ยงขาด Chromium บ้าง

กลุ่มเสี่ยงขาด Chromium: ผู้ที่กินน้ำตาลและแป้งขัดขาวสูง (กระตุ้นการขับ Chromium ทางปัสสาวะ), ผู้ที่ออกกำลังกายหนัก (เหงื่อมาก สูญเสีย Chromium ทางเหงื่อ), ผู้สูงอายุ (การดูดซึมลดลง), ผู้ที่มี Insulin Resistance หรือ Pre-Diabetes, ผู้ที่มี Psychological Stress สูง (Cortisol เพิ่มการขับ Chromium), และผู้ป่วยที่ได้รับ To

อาหารอะไรที่มี Chromium สูง

แหล่ง Chromium จากอาหาร: Brewer's Yeast (60 µg/100g สูงสุด), เนื้อวัวและตับ (2–5 µg/100g), เปลือกข้าวสาลี (Wheat Bran 10–15 µg/100g), บร็อคโคลี (11 µg/100g), กระเทียม (3 µg/100g), ถั่วแดง (3–4 µg/100g), ไข่ (2 µg/ฟอง), มันฝรั่งอบ (3 µg/100g) ข้าวขัดขาวมี Chromium น้อยมาก เพราะ Bran ที่มี Chromium ถูกกำจัดออกระหว่างการข

Chromium กินร่วมกับยาหรืออาหารเสริมอะไรต้องระวัง

ข้อควรระวังการใช้ Chromium: ควรเว้น 2 ชั่วโมงห่างจาก Antacids (CaCO₃, Mg(OH)₂) เพราะลดการดูดซึม Chromium; ยาแอสไพรินและ NSAIDs เพิ่ม Chromium Absorption อาจทำให้ได้รับมากเกิน; ผู้ที่ใช้ยาเบาหวาน (Insulin, Metformin) ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสริม Chromium เพราะอาจทำให้ Blood Glucose ต่ำเกิน; ผู้ที่มีโรคไตควรหลีกเลี่ยงขนาดสูง

Thrive แนะนำ
Book your consultation at Thrive

Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.

นัดตรวจที่ Thrive →
พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี หมอนุ่น แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ Thrive Wellness

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ ดูแลการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก พร้อมให้คำปรึกษาแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ Thrive Wellness Clinic

Anti-aging & Regenerative MedicineNutrition WellnessFunctional Medicine

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive