📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

แบคทีเรียในลำไส้ส่งผลต่อสมองอย่างไร? ความลับของ 'สมองที่สอง'

หญิงไทยวัยสามสิบปลายนั่งในคาเฟ่กรุงเทพฯ ตอนเช้า ถือแก้วชาอย่างใคร่ครวญ — สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพลำไส้และสุขภาพสมอง

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  • แบคทีเรียในลำไส้ส่งผลต่อสมองผ่าน 4 เส้นทางพร้อมกัน — และสัญญาณกว่า 80% วิ่งจากลำไส้ขึ้นสู่สมอง ไม่ใช่ลงมา
  • กรดไขมันสายสั้น (SCFA) คือสารเคมีที่แบคทีเรียดีผลิตจากการย่อยใยอาหาร — มันสามารถข้ามเข้าสมองได้โดยตรง
  • กว่า 90% ของเซโรโทนิน (สารแห่งความสุข) ถูกผลิตในลำไส้ ไม่ใช่ในสมอง
  • งานวิจัยในผู้ป่วยไทยที่มีภาวะซึมเศร้าพบระดับแบคทีเรียผู้ผลิต SCFA ต่ำกว่าคนปกติอย่างมีนัยสำคัญ
  • การตรวจ Organic Acids Test (OAT) วัดได้ว่าลำไส้กำลังส่งสารอะไรไปยังสมองของคุณบ้าง
Thrive แนะนำ
Urine Organic Acids Test (OAT)

ตรวจ OAT จากปัสสาวะ — ประเมินสุขภาพเมตาบอลิก จุลินทรีย์ลำไส้ และภาวะยีสต์เกินปกติ

นัดตรวจที่ Thrive →

แบคทีเรียในลำไส้ส่งผลต่อสมองผ่านระบบสื่อสารสองทิศทางที่เรียกว่า Gut-Brain Axis โดยอาศัยเส้นประสาทวากัส (Vagus Nerve) ฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกัน และสารเคมีที่แบคทีเรียผลิตขึ้นชื่อว่ากรดไขมันสายสั้น (Short-Chain Fatty Acids หรือ SCFA) ซึ่งสามารถเข้าถึงสมองได้โดยตรง [1]** งานวิจัยจาก Frontiers in Neuroscience (2023) และการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบใน PubMed (2025) ยืนยันว่าความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้เชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงโรคซึมเศร้า วิตกกังวล และการอักเสบในสมอง [1][5]


พร้อมรู้ว่าลำไส้กำลังส่งสารอะไรไปยังสมองคุณบ้าง? ตรวจ Organic Acids Test ที่ Thrive → Thrive Wellness Center Bangkok — วิทยาศาสตร์เชิงฟังก์ชัน ดูแลเฉพาะบุคคล


สมองที่สองคืออะไร?

ภาพแผนผังแสดงระบบประสาทในลำไส้ เชื่อมต่อกับสมองผ่านเส้นประสาทวากัส

คนส่วนใหญ่รู้ว่าลำไส้กับสมองมีความเชื่อมโยงกัน — แต่น้อยคนที่รู้ว่า ลำไส้มีเซลล์ประสาทมากกว่า 500 ล้านเซลล์ ซึ่งมากกว่าที่พบในไขสันหลังเสียอีก [1] ระบบประสาทในลำไส้นี้เรียกว่า Enteric Nervous System (ENS) และสามารถทำงานอิสระจากสมองได้ในระดับหนึ่ง นักประสาทวิทยาศาสตร์จึงเรียกมันว่า "สมองที่สอง" (Second Brain)

แต่สิ่งที่บทความไทยส่วนใหญ่ไม่ได้บอกคือ: สมองที่สองนี้ไม่ได้เป็นแค่ "ผู้รับคำสั่ง" จากสมองหลัก — มันส่งสัญญาณกลับขึ้นไปอย่างต่อเนื่องเช่นกัน และสัญญาณส่วนใหญ่มาจากสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของคุณ นั่นคือจุลินทรีย์หรือแบคทีเรีย

สำหรับชาวกรุงเทพที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ ทานอาหารนอกบ้าน และเจ็บป่วยบ่อยจนต้องกินยาปฏิชีวนะ ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด และมันส่งผลถึงอารมณ์และการทำงานของสมองโดยตรง

สถิติน่ารู้: ระบบประสาทในลำไส้มีเซลล์ประสาทมากกว่า 500 ล้านเซลล์ และมีเส้นใยประสาทเชื่อมสมองผ่านเส้นประสาทวากัสอย่างน้อย 100,000 เส้น [1]


4 เส้นทางการสื่อสารระหว่างลำไส้กับสมอง

อินโฟกราฟิกแสดง 4 เส้นทางการสื่อสารระหว่างลำไส้กับสมอง

ลำไส้ไม่ได้คุยกับสมองผ่านช่องทางเดียว มีอย่างน้อย 4 เส้นทางที่ทำงานพร้อมกันตลอด 24 ชั่วโมง:

1. เส้นประสาทวากัส (Vagus Nerve) เส้นประสาทที่ยาวที่สุดในร่างกาย วิ่งตรงจากก้านสมองลงมายังลำไส้ สัญญาณประมาณ 80% ไหลขึ้นจากลำไส้สู่สมอง ไม่ใช่ลงมา [2] เมื่อคุณรู้สึก "ท้องบิดเมื่อกังวล" หรือ "ไม่อยากกินข้าวเมื่อเครียด" — นั่นคือหลักฐานที่มองเห็นได้ของการสื่อสารผ่านเส้นทางนี้

2. เซโรโทนินและสารสื่อประสาท งานวิจัยจาก Cell Reports (2025) ระบุว่าแบคทีเรียสายพันธุ์ Limosilactobacillus mucosae และ Ligilactobacillus ruminis สามารถสังเคราะห์เซโรโทนิน (สารแห่งความสุข) ในลำไส้ได้โดยตรง [3] และกว่า 90% ของเซโรโทนินทั้งหมดในร่างกายถูกผลิตในลำไส้ ไม่ใช่ในสมอง [3]

3. ระบบภูมิคุ้มกัน ลำไส้เป็นที่ตั้งของเซลล์ภูมิคุ้มกันประมาณ 70% ของร่างกาย เมื่อแบคทีเรียไม่สมดุล การอักเสบ (Inflammation) ที่เกิดขึ้นในลำไส้จะส่งสัญญาณอักเสบไปยังสมองผ่านกระแสเลือด ทำให้เกิดสภาวะ Neuroinflammation (การอักเสบในสมอง) ซึ่งเชื่อมโยงกับโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล [5]

4. กรดไขมันสายสั้น (SCFA) นี่คือเส้นทางที่งานวิจัยใหม่ให้ความสนใจมากที่สุด และเป็นเส้นทางเดียวที่บทความส่วนใหญ่ยังไม่อธิบาย — เราจะอธิบายอย่างละเอียดในส่วนถัดไป

ทำไมต้องรู้เรื่องนี้? เพราะ 3 ใน 4 เส้นทางข้างต้นถูกควบคุมโดยแบคทีเรียในลำไส้โดยตรง แปลว่าสุขภาพของแบคทีเรียในลำไส้ = สุขภาพของสมองและอารมณ์คุณ


กรดไขมันสายสั้น (SCFA) — ผู้ส่งสารจากลำไส้ถึงสมอง

กรดไขมันสายสั้น หรือ SCFA (Short-Chain Fatty Acids) คือสารเคมีที่แบคทีเรียดีในลำไส้ผลิตขึ้นเมื่อย่อยสลายใยอาหาร (Dietary Fiber) ที่เรารับประทาน SCFA หลักมี 3 ชนิดที่ทำหน้าที่แตกต่างกันในการสื่อสารกับสมอง:

SCFA ผู้ผลิตหลักในลำไส้ บทบาทต่อสมอง
Butyrate (กรดบิวทีริก) Faecalibacterium prausnitzii, Ruminococcus ปกป้องเยื่อกั้นเลือด-สมอง (BBB), ลดการอักเสบในสมอง
Propionate (กรดโพรพิโอนิก) Bacteroides, Prevotella ส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทวากัส, ควบคุมความหิว
Acetate (กรดอะซิติก) แบคทีเรียหลายสายพันธุ์ ข้ามเข้าสมองได้โดยตรงผ่านกระแสเลือด

สิ่งที่ทำให้ SCFA พิเศษกว่าสารอื่น: SCFA ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในลำไส้ งานวิจัยจาก Frontiers in Neuroscience (2023) โดย Dalile et al. พบว่า Acetate สามารถข้ามผ่าน Blood-Brain Barrier (เยื่อกั้นระหว่างเลือดกับสมอง) ได้โดยตรง ขณะที่ Butyrate ทำหน้าที่เหมือน "ยามเฝ้าประตู" ที่ปกป้องเยื่อกั้นนี้ไม่ให้เกิดการรั่วซึม [1]

Butyrate กับสมอง: นอกจากปกป้องเยื่อกั้นเลือด-สมองแล้ว Butyrate ยังกระตุ้นเส้นประสาทวากัสให้ส่งสัญญาณควบคุมการอักเสบในสมองโดยตรง [2] งานวิจัยในหนูทดลอง (Brown et al., 2022) พบว่า Butyrate จากจุลินทรีย์ในลำไส้ช่วยลดพฤติกรรมวิตกกังวลและฟื้นฟูการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันในสมอง (Microglia) ได้ [4]

Key finding: SCFA เปรียบเหมือน "พัสดุส่งด่วน" จากโรงงานผลิตในลำไส้ — มันสามารถเดินทางผ่านกระแสเลือดและเข้าถึงสมองได้โดยตรง ซึ่งหมายความว่าสุขภาพของแบคทีเรียในลำไส้ส่งผลต่อการทำงานของสมองแบบ real-time [1][2]


เมื่อจุลินทรีย์ไม่สมดุล: สัญญาณเตือนที่ควรรู้

ผังแสดงห่วงโซ่จากจุลินทรีย์ไม่สมดุลสู่การอักเสบในสมองและอาการทางอารมณ์

เมื่ออาหาร ความเครียด ยาปฏิชีวนะ หรือการนอนน้อยทำลายสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Dysbiosis) ห่วงโซ่ต่อไปนี้เกิดขึ้น:

แบคทีเรียดีลดลง → SCFA ลดลง → ผนังลำไส้บางและรั่วซึม → สารพิษเข้ากระแสเลือด → การอักเสบสู่สมอง → ความผิดปกติทางอารมณ์และการรับรู้

งานวิจัยจาก PubMed (2025) ที่ทบทวนงานวิจัย 47 ชิ้นพบว่า ผู้ป่วยซึมเศร้ามีระดับแบคทีเรียผู้ผลิต SCFA ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ และ Butyrate มีศักยภาพเป็นสารประกอบช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าได้ [4]

ข้อมูลจากการวิจัยในผู้ป่วยไทย: งานวิจัย (2022) ที่ศึกษาจุลินทรีย์ในลำไส้ของผู้ป่วยไทยที่มีภาวะซึมเศร้าระยะแรก พบว่ากลุ่มผู้ป่วยมีระดับแบคทีเรียสกุล Ruminococcus — ผู้ผลิต Butyrate หลัก — ต่ำกว่าคนปกติอย่างมีนัยสำคัญ [6] ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพลำไส้อาจเป็นปัจจัยร่วมที่ถูกมองข้ามในผู้ป่วยสุขภาพจิตในประเทศไทย

Key finding: งานวิจัยในผู้ป่วยไทยที่มีภาวะซึมเศร้าพบว่าระดับแบคทีเรีย Ruminococcus (ผู้ผลิต Butyrate) ต่ำกว่าคนปกติ — สอดคล้องกับงานวิจัยระดับนานาชาติที่ชี้ว่าการขาด SCFA เชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคซึมเศร้า [4][6]

สัญญาณที่ควรสังเกต

ร่างกายมักส่งสัญญาณจากทั้งสองด้านพร้อมกัน — ทั้งจากลำไส้และจากสมอง:

สัญญาณจากลำไส้ สัญญาณจากสมอง / อารมณ์
ท้องอืด ท้องเฟ้อบ่อยหลังกิน อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายไม่มีเหตุ
ท้องผูกสลับท้องเสียซ้ำๆ สมาธิสั้น ความจำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
อยากกินแป้งและน้ำตาลมาก วิตกกังวลต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุชัดเจน
ผิวอักเสบหรือมีผื่นโดยไม่ทราบสาเหตุ นอนไม่หลับหรือตื่นกลางดึกบ่อย
รู้สึกอิ่มหรือแน่นท้องเกินไปหลังกินน้อย อ่อนเพลียตลอดวันแม้นอนหลับพอ

หากคุณมีสัญญาณจากทั้งสองกลุ่มพร้อมกัน นั่นคือเหตุผลที่ควรพิจารณาตรวจสุขภาพลำไส้เชิงลึก ไม่ใช่แค่กินยาลดกรดหรือรอให้อาการหายเอง

ปรึกษาแพทย์ก่อนปรับแผนการรักษาใดๆ โดยเฉพาะหากมีอาการทางจิตเวชที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว


เมื่อไหร่ควรตรวจสุขภาพลำไส้?

คำถามแรกที่แพทย์เชิงฟังก์ชัน (Functional Medicine Doctor) มักถามคือ: "คุณไม่ได้แค่รู้สึกแย่ — แต่ทำไมถึงรู้สึกแย่?"

ควรพิจารณาตรวจหากมีอาการต่อไปนี้ต่อเนื่องมากกว่า 4 สัปดาห์:

  • อารมณ์ต่ำ วิตกกังวล หรืออ่อนเพลียโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • ปัญหาลำไส้ซ้ำๆ เช่น ท้องอืด ท้องเสีย หรือท้องผูก
  • ตรวจสุขภาพทั่วไปแล้วผลปกติ แต่ยังรู้สึกไม่ดี
  • รับประทานยาปฏิชีวนะบ่อยครั้งในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา
  • อาการที่ดีขึ้นเมื่องดแป้ง น้ำตาล หรืออาหารบางประเภท

Organic Acids Test (OAT) คืออะไร?

การตรวจ Organic Acids Test (OAT) หรือการตรวจกรดอินทรีย์ในปัสสาวะ คือการตรวจที่วัดสารเมตาโบไลต์ที่แบคทีเรียและยีสต์ในลำไส้ผลิตขึ้นและถูกขับออกทางปัสสาวะ ผลการตรวจ OAT สามารถบอกได้ว่า:

  • ลำไส้ผลิต Butyrate และ SCFA อื่นๆ ได้เพียงพอหรือไม่
  • มีการเจริญเติบโตผิดปกติของยีสต์ (Yeast Overgrowth) ที่รบกวนสมดุลหรือไม่
  • มีแบคทีเรียที่ผลิตสารพิษต่อระบบประสาท (เช่น HPHPA จาก Clostridium) ในระดับสูงหรือไม่

Key finding: OAT ไม่ใช่แค่การตรวจลำไส้ — มันคือแผนที่ของกระบวนการเมตาโบลิซึมในร่างกาย ที่บอกได้ว่าแบคทีเรียในลำไส้กำลังส่งสารชนิดใดไปยังสมองของคุณในขณะนี้

ผลการตรวจ OAT ไม่ได้วินิจฉัยโรคทางจิตเวช แต่ให้ข้อมูลเชิงชีวเคมีที่ช่วยแพทย์ออกแบบแผนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้อย่างตรงจุด


Thrive ช่วยฟื้นฟูสมดุลลำไส้อย่างไร?

ที่ Thrive Wellness Center Bangkok เราไม่เริ่มต้นจากการแนะนำโพรไบโอติกสักยี่ห้อแล้วรอดูผล เราเริ่มจากข้อมูลเฉพาะบุคคล

แนวทางการดูแลเชิงฟังก์ชันที่ Thrive:

  1. ตรวจ OAT — เก็บตัวอย่างปัสสาวะช่วงเช้าก่อนอาหาร (ทำที่บ้านได้) เพื่อวัดภาพรวมสุขภาพเมตาโบลิซึมและสัญญาณจากจุลินทรีย์
  2. อ่านผลและวิเคราะห์ — แพทย์ระบุว่าแบคทีเรียกลุ่มไหนต่ำเกินไป กลุ่มไหนมากเกินไป และมีสารพิษจากจุลินทรีย์ใดที่น่ากังวล
  3. ออกแบบโปรโตคอลเฉพาะบุคคล — ซึ่งอาจรวมถึงการปรับอาหาร พรีไบโอติก โพรไบโอติกที่เลือกสายพันธุ์เฉพาะ และการเสริมสารอาหารที่ขาด
  4. ติดตามผล — ตรวจซ้ำและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกาย

ความแตกต่างระหว่างแนวทางนี้กับการซื้อโพรไบโอติกทั่วไปในร้านขายยาคือ: สายพันธุ์แบคทีเรียที่คุณต้องการนั้นแตกต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับโปรไฟล์จุลินทรีย์เฉพาะของคุณ

อ่านเพิ่มเติม: 7 อาหารที่มี Probiotic สูง ช่วยสร้างสมดุลให้จุลินทรีย์ในลำไส้


สิ่งที่แพทย์ Thrive บอก

"ผู้ที่มาหาเราด้วยอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง สมาธิสั้น หรืออารมณ์แปรปรวนโดยไม่ทราบสาเหตุ หลายรายไม่เคยได้รับการตรวจสุขภาพลำไส้เชิงลึกมาก่อน เมื่อเราดูผล OAT จึงพบว่าระดับ Butyrate และ SCFA อื่นๆ ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่แสดงว่าการขาด SCFA เชื่อมโยงกับการอักเสบในสมองและอาการซึมเศร้า เมื่อเราแก้ที่ต้นเหตุโดยฟื้นฟูสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่รายงานว่าอารมณ์ดีขึ้น มีพลังงานมากขึ้น และสมาธิดีขึ้นภายใน 6–12 สัปดาห์"

— แพทย์เชิงฟังก์ชัน, Thrive Wellness Center Bangkok

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Gut-Brain Axis ไม่ใช่แนวคิดทางเลือกอีกต่อไป — มันได้รับการยืนยันจากวารสารการแพทย์ชั้นนำ เช่น Nature Reviews Microbiology, Frontiers in Neuroscience, และ Cell Reports แต่การนำความรู้นี้ไปใช้จริงในการดูแลสุขภาพยังต้องการผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อมโยงผลตรวจกับอาการที่ผู้ป่วยรู้สึก และออกแบบโปรโตคอลที่ตรงกับชีวิตจริงของแต่ละคน



References

[1] Dalile, B., Van Oudenhove, L., Vervliet, B., & Verbeke, K. (2023). Short chain fatty acids: the messengers from down below. Frontiers in Neuroscience, 17, 1197759. https://doi.org/10.3389/fnins.2023.1197759

[2] Silva, Y. P., Bernardi, A., & Frozza, R. L. (2020). The Role of Short-Chain Fatty Acids From Gut Microbiota in Gut-Brain Communication. Frontiers in Endocrinology, 11, 25. https://doi.org/10.3389/fendo.2020.00025

[3] Wang, X. et al. (2025). Identification of human gut bacteria that produce bioactive serotonin and promote colonic innervation. Cell Reports, 44(4). https://doi.org/10.1016/j.celrep.2025.01205-7

[4] Nowak, A. et al. (2025). From gut to glee: Is butyrate a promising antidepressant? A systematic review and mechanistic insights. Frontiers in Psychiatry. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41429215/

[5] Nikolova, V. L. et al. (2025). Understanding the Impact of the Gut Microbiome on Mental Health: A Systematic Review. PMC. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC11865252/

[6] Maes, M. et al. (2022). Exploration of the gut microbiome in Thai patients with major depressive disorder uncovered a specific bacterial profile with depletion of the Ruminococcus genus as a putative biomarker. medRxiv preprint (not yet peer-reviewed). https://www.medrxiv.org/content/10.1101/2022.11.06.22282014

[7] Chulalongkorn University Faculty of Medicine. (2022). "Intestinal Microflora" as Health Indicator. https://www.chula.ac.th/en/highlight/71551/

[8] Deehan, E. C. et al. (2024). Exploring the functional diversity and metabolic activities of the human gut microbiome in Thai adults in response to a prebiotic diet. Microbiology Spectrum. https://journals.asm.org/doi/10.1128/spectrum.01599-24


คำถามที่พบบ่อย

ถ้าอยากเพิ่ม SCFA ต้องทานอะไร?

อาหารที่ช่วยเพิ่มการผลิต SCFA คืออาหารที่มีใยอาหาร (Prebiotic Fiber) สูง เช่น กล้วยดิบ ข้าวโอ๊ต กระเทียม หัวหอม และผักตระกูลถั่ว แบคทีเรียดีในลำไส้จะย่อยใยอาหารเหล่านี้และผลิต SCFA ออกมา หากลำไส้เสียสมดุลอย่างมีนัยสำคัญ การตรวจ OAT ก่อนช่วยให้รู้ว่าต้องเสริมตรงจุดไหน

โพรไบโอติกที่ขายทั่วไปช่วยได้ไหม?

โพรไบโอติกทั่วไปอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่สายพันธุ์แบคทีเรียที่คุณต้องการขึ้นอยู่กับโปรไฟล์จุลินทรีย์เฉพาะของคุณ การตรวจ OAT ก่อนช่วยให้แพทย์เลือกสายพันธุ์ที่ตรงจุดได้ ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโพรไบโอติกในปริมาณสูงเสมอ

Gut-Brain Axis เกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้าจริงไหม หรือแค่ทฤษฎี?

มีงานวิจัยระดับ peer-reviewed หลายสิบชิ้นยืนยันความเชื่อมโยง แต่แนวทาง Gut-Brain เป็นส่วนเสริมของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไม่ใช่การทดแทนยาหรือการรักษาทางจิตเวช ปรึกษาแพทย์ก่อนปรับแผนการรักษาเสมอ

การตรวจ OAT ที่ Thrive ทำอย่างไร และใช้เวลานานไหม?

OAT เป็นการเก็บตัวอย่างปัสสาวะช่วงเช้าก่อนทานอาหารที่บ้าน ส่งมาที่ Thrive Wellness Center Bangkok ผลตรวจใช้เวลาประมาณ 2–3 สัปดาห์ จากนั้นแพทย์จะนัดอ่านผลและออกแบบแผนการดูแลเฉพาะบุคคล สอบถามได้ที่ LINE @thrivewellnessth หรือโทร 095-934-9640

Thrive แนะนำ
Urine Organic Acids Test (OAT)

ตรวจ OAT จากปัสสาวะ — ประเมินสุขภาพเมตาบอลิก จุลินทรีย์ลำไส้ และภาวะยีสต์เกินปกติ

นัดตรวจที่ Thrive →
พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี หมอนุ่น แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ Thrive Wellness

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ ดูแลการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก พร้อมให้คำปรึกษาแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ Thrive Wellness Clinic

Anti-aging & Regenerative MedicineNutrition WellnessFunctional Medicine

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive