📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

อาการดื้ออินซูลิน เช็กสัญญาณเตือน ตรวจอย่างไร แก้ได้ไหม

น้ำตาลทรายโรยบนพื้นสีชมพูเขียนคำว่า NO ข้างแก้วกาแฟดำ ช้อนน้ำตาล และน้ำตาลก้อน สื่อถึงการลดน้ำตาลเพื่อดูแลภาวะดื้ออินซูลิน

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  • ภาวะดื้ออินซูลินคือภาวะที่เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี ตับอ่อนจึงต้องหลั่งอินซูลินมากขึ้นเพื่อคุมน้ำตาล
  • คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการชัด สัญญาณที่พบได้คือไขมันสะสมรอบเอว หิวเร็วหลังอาหาร ง่วงหลังมื้อ และผิวคอหรือรักแร้คล้ำหนา
  • งานวิจัยในคนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไปที่มาตรวจสุขภาพ พบภาวะดื้ออินซูลินในผู้ชายราว 25% และผู้หญิงราว 22%
  • ตรวจได้จากเลือดขณะอดอาหาร โดยดูน้ำตาลและอินซูลิน แล้วคำนวณเป็นค่า HOMA-IR ร่วมกับค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c)
  • การลดน้ำหนักเล็กน้อยร่วมกับขยับร่างกายสม่ำเสมอ ลดโอกาสเกิดเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงได้ 58% ในงานวิจัยขนาดใหญ่
Thrive แนะนำ
Health Check-Up

ตรวจสุขภาพประจำปีครบวงจร — blood panel, lipid profile, และการประเมินสุขภาพเชิงป้องกัน

นัดตรวจที่ Thrive →

อาการดื้ออินซูลินที่สังเกตได้บ่อยคือ ไขมันสะสมรอบเอวมากขึ้น หิวเร็วหลังกิน ง่วงหรือเพลียหลังมื้ออาหาร และผิวบริเวณคอหรือรักแร้คล้ำหนาขึ้น [4][5] แต่หลายคนไม่มีอาการเลย วิธีที่รู้แน่คือตรวจเลือดขณะอดอาหาร เพื่อดูระดับน้ำตาลและอินซูลินร่วมกัน [1][3]


ภาวะดื้ออินซูลินคืออะไร

อินซูลินเป็นฮอร์โมนจากตับอ่อน ทำหน้าที่เหมือน "กุญแจ" ที่ไขประตูเซลล์ให้น้ำตาลในเลือดเข้าไปเป็นพลังงาน

ภาวะดื้ออินซูลิน (insulin resistance) คือภาวะที่ "แม่กุญแจ" ของเซลล์เริ่มฝืด กุญแจดอกเดิมไขไม่ค่อยเข้า ตับอ่อนจึงต้องผลิตอินซูลินออกมามากขึ้นเพื่อให้น้ำตาลเข้าเซลล์ได้ตามปกติ [1]

ในช่วงแรก ตับอ่อนยังชดเชยไหว ค่าน้ำตาลในเลือดจึงอาจยังปกติ แต่ระดับอินซูลินที่สูงค้างนาน ๆ เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังทำงานหนักกว่าที่ควร เมื่อตับอ่อนเริ่มชดเชยไม่ไหว น้ำตาลจะค่อย ๆ สูงขึ้นจนเข้าสู่ภาวะก่อนเบาหวาน และเบาหวานชนิดที่ 2 ในที่สุด [3][6]

ทำความเข้าใจ: ภาวะดื้ออินซูลินไม่ใช่โรคที่มีเกณฑ์วินิจฉัยตายตัวแบบเบาหวาน แต่เป็นภาวะที่แพทย์ประเมินจากผลเลือดหลายค่าร่วมกับรอบเอว ความดัน และไขมันในเลือด [1][5][8]


อาการดื้ออินซูลิน สัญญาณที่สังเกตได้

ภาวะดื้ออินซูลินส่วนใหญ่ "เงียบ" ไม่มีอาการเฉพาะ แต่มีสัญญาณบางอย่างที่พบร่วมได้บ่อย

สัญญาณ เกิดจากอะไร ควรตรวจอะไร
ไขมันสะสมรอบเอว พุงไม่ยุบ ไขมันในช่องท้องสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลินมากกว่าน้ำหนักรวม [2][5] วัดรอบเอว ตรวจน้ำตาล อินซูลิน ไขมันในเลือด
ผิวคอ รักแร้ ขาหนีบ คล้ำหนา คล้ายขี้ไคลที่ขัดไม่ออก ภาวะผิวหนังที่เรียกว่า acanthosis nigricans เป็นสัญญาณทางผิวหนังของภาวะดื้ออินซูลิน [4] พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
หิวเร็วหลังกิน อยากของหวาน ระดับน้ำตาลและอินซูลินขึ้นลงแรงหลังมื้อ (ความรู้ทางสรีรวิทยาทั่วไป) ดูร่วมกับผลเลือด ไม่ใช้อาการนี้อย่างเดียว
ง่วง เพลีย หลังมื้ออาหาร อาการไม่จำเพาะ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ดูร่วมกับผลเลือด
ไตรกลีเซอไรด์สูง HDL (ไขมันดี) ต่ำ สัมพันธ์กับค่า HOMA-IR ที่สูงในคนไทย [2] ตรวจไขมันในเลือด
ผู้หญิงประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) งานวิจัยจากศิริราชพบน้ำตาลผิดปกติราว 20% ในผู้หญิงไทยที่เป็น PCOS [9] ตรวจน้ำตาลและฮอร์โมน

สัญญาณเหล่านี้ช่วยบอกว่า "ควรตรวจ" แต่ใช้วินิจฉัยเองไม่ได้ อาการอย่างง่วงหลังอาหารหรือหิวบ่อย เกิดจากการนอนไม่พอ ความเครียด หรือมื้ออาหารที่มีแป้งมากได้เหมือนกัน

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์เร็ว: ถ้าผิวคล้ำหนาเกิดขึ้นเร็ว ลามกว้าง หรือเกิดในคนที่น้ำหนักไม่เกิน ควรพบแพทย์ เพราะในบางกรณีพบน้อย ภาวะนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นที่ต้องตรวจเพิ่ม [4] และถ้ากระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดเองโดยไม่ตั้งใจ ควรตรวจน้ำตาลโดยเร็ว [3]


ใครเสี่ยงภาวะดื้ออินซูลิน

งานวิจัยในคนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไปที่มาตรวจสุขภาพในกรุงเทพฯ 1,217 คน พบภาวะดื้ออินซูลินในผู้ชายราว 25.1% และผู้หญิงราว 21.5% โดยค่า HOMA-IR สูงขึ้นตามดัชนีมวลกาย เปอร์เซ็นต์ไขมัน รอบเอว และไตรกลีเซอไรด์ [2] แปลว่าในคนวัยทำงาน 4–5 คน อาจมี 1 คนที่มีภาวะนี้

กลุ่มที่ควรตรวจ

  • รอบเอวเกินเกณฑ์สำหรับคนเอเชีย ผู้ชายตั้งแต่ 90 ซม. ผู้หญิงตั้งแต่ 80 ซม. [5] (วัดรอบสะดือ หายใจออกตามปกติ)
  • น้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน
  • พ่อแม่หรือพี่น้องเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 [3]
  • ความดันสูง ไตรกลีเซอไรด์สูง หรือ HDL ต่ำ [2]
  • มีไขมันพอกตับ
  • ผู้หญิงที่เป็น PCOS หรือเคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ [3][9]
  • นั่งทำงานนาน ขยับร่างกายน้อย นอนน้อยเป็นประจำ [7][10]

ผอมก็ดื้ออินซูลินได้: น้ำหนักปกติไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอ ถ้าไขมันกระจุกอยู่ที่หน้าท้อง รอบเอวเกินเกณฑ์ หรือไตรกลีเซอไรด์สูง ก็ควรตรวจ เพราะรอบเอวและไขมันในเลือดสัมพันธ์กับค่า HOMA-IR โดยตรง [2][5]


ตรวจภาวะดื้ออินซูลินอย่างไร

ภาวะดื้ออินซูลินตรวจจากเลือด ต้อง งดอาหารและเครื่องดื่มยกเว้นน้ำเปล่า 8–12 ชั่วโมง ก่อนเจาะเลือด ค่าที่แพทย์ใช้บ่อยได้แก่

ค่าที่ตรวจ บอกอะไร
น้ำตาลขณะอดอาหาร (fasting glucose) ร่างกายคุมน้ำตาลช่วงไม่มีอาหารได้ดีแค่ไหน [3]
อินซูลินขณะอดอาหาร (fasting insulin) ตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินมากแค่ไหนเพื่อคุมน้ำตาลระดับนั้น
HOMA-IR คำนวณจากน้ำตาลและอินซูลินขณะอดอาหาร ใช้ประเมินภาวะดื้ออินซูลิน [1]
น้ำตาลสะสม (HbA1c) ค่าเฉลี่ยน้ำตาลช่วง 2–3 เดือน ใช้คัดกรองภาวะก่อนเบาหวานและเบาหวาน [3]
ไขมันในเลือด (ไตรกลีเซอไรด์ HDL) ภาพรวมความเสี่ยงหัวใจและหลอดเลือดที่มักมาคู่กัน [2]

HOMA-IR ไม่มีจุดตัดเดียวที่ใช้กับทุกคน แต่ละการศึกษาและแต่ละเชื้อชาติใช้เกณฑ์ต่างกัน [8] ตัวอย่างเช่นงานวิจัยในคนไทยข้างต้นใช้ค่าตั้งแต่ 1.56 ในผู้ชาย และ 1.64 ในผู้หญิง [2] แพทย์จึงอ่านค่านี้ร่วมกับรอบเอว ความดัน ไขมัน และค่าน้ำตาลสะสม ไม่ได้ดูตัวเลขเดียว

ข้อควรรู้: ค่าอินซูลินขึ้นลงตามมื้ออาหาร ความเครียด และการนอนคืนก่อนตรวจ ถ้าไม่ได้อดอาหารจริง ผลจะคลาดเคลื่อน ควรแจ้งแพทย์ด้วยถ้ากินยาเบาหวานหรือยาสเตียรอยด์อยู่


ดื้ออินซูลิน ภาวะก่อนเบาหวาน และเบาหวาน ต่างกันอย่างไร

สามภาวะนี้เป็นเหมือนขั้นบันไดต่อกัน ยิ่งพบเร็ว ยิ่งย้อนกลับได้ง่าย

ภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะก่อนเบาหวาน เบาหวานชนิดที่ 2
น้ำตาลขณะอดอาหาร มักยังปกติ (ต่ำกว่า 100 มก./ดล.) 100–125 มก./ดล. ตั้งแต่ 126 มก./ดล.
น้ำตาลสะสม (HbA1c) มักยังปกติ (ต่ำกว่า 5.7%) 5.7–6.4% ตั้งแต่ 6.5%
อินซูลิน มักสูงกว่าปกติ เพราะตับอ่อนชดเชย สูงหรือเริ่มชดเชยไม่ไหว ตับอ่อนชดเชยไม่พอ
อาการ มักไม่มี มักไม่มี อาจกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย หรือไม่มีอาการ

ค่าน้ำตาลและ HbA1c ในตารางเป็นเกณฑ์ของสมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา (ADA) [3] การวินิจฉัยเบาหวานต้องยืนยันผลซ้ำตามที่แพทย์กำหนด

จุดสำคัญคือ คนที่ดื้ออินซูลินอาจมีค่าน้ำตาลปกติทุกครั้งที่ตรวจสุขภาพประจำปี เพราะตับอ่อนยังชดเชยไหว ถ้าไม่ตรวจอินซูลินด้วย ภาวะนี้จึงอาจถูกมองข้ามไปหลายปี


แก้อาการดื้ออินซูลินได้อย่างไร

ข่าวดีคือภาวะดื้ออินซูลินตอบสนองต่อการปรับพฤติกรรมได้ดี ในงานวิจัย Diabetes Prevention Program ผู้ที่อยู่ในภาวะก่อนเบาหวานซึ่งลดน้ำหนักราว 7% และออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาที มีโอกาสเป็นเบาหวานลดลง 58% เทียบกับกลุ่มที่ได้ยาหลอก [6]

1. ลดน้ำหนักเล็กน้อยก็มีผล

ไม่ต้องลดจนผอม คนน้ำหนัก 80 กก. ลดราว 5–6 กก. ก็อยู่ในช่วงที่งานวิจัยใช้แล้ว [6] เป้าหมายที่สำคัญกว่าตัวเลขบนตาชั่งคือรอบเอวที่ลดลง

2. ขยับร่างกาย และลุกเดินระหว่างวัน

  • ออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที [6]
  • เพิ่มการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เพื่อรักษากล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นที่เก็บน้ำตาลใหญ่ของร่างกาย
  • ลุกเดินเบา ๆ เป็นช่วงสั้น ๆ ระหว่างนั่งนาน งานทบทวนวรรณกรรมพบว่าการขัดจังหวะการนั่งด้วยการยืนหรือเดินเบา ๆ ช่วยลดน้ำตาลและอินซูลินหลังอาหารได้ [7] เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศ

3. ปรับวิธีกิน ไม่ต้องอดจนทรมาน

  • ลดน้ำหวาน ชานมไข่มุก ขนมหวาน และแป้งขัดขาว
  • เพิ่มผัก ใยอาหาร และโปรตีนในทุกมื้อ
  • ลองกินผักและโปรตีนก่อนข้าว งานศึกษาขนาดเล็กพบว่าลำดับนี้ทำให้น้ำตาลและอินซูลินหลังอาหารต่ำกว่าการกินข้าวก่อน [11] กับข้าวไทยอย่างต้มจืด ผัดผัก ไข่ เต้าหู้ ปลา ทำแบบนี้ได้ง่าย
  • ระวังผลไม้รสหวานจัดและน้ำผลไม้คั้น

4. นอนให้พอ

งานวิจัยใน The Lancet พบว่าเมื่ออาสาสมัครที่สุขภาพดีนอนเพียงคืนละ 4 ชั่วโมงติดต่อกันหลายวัน การจัดการน้ำตาลของร่างกายแย่ลงชัดเจน [10] การนอนน้อยเรื้อรังจึงเป็นปัจจัยที่มักถูกมองข้าม

5. เมื่อไหร่แพทย์จะพิจารณาใช้ยา

ถ้าปรับพฤติกรรมแล้วค่ายังไม่ดีขึ้น หรือมีภาวะก่อนเบาหวานร่วมกับความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณายา เช่น เมทฟอร์มิน ซึ่งในงานวิจัยเดียวกันลดโอกาสเกิดเบาหวานได้ 31% [6] ส่วนผู้ที่มีภาวะอ้วนร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณายากลุ่ม GLP-1 ซึ่งต้องประเมินเป็นรายบุคคล (อ่านเพิ่มเติม: ผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนัก อันตรายไหม ใครไม่ควรใช้) การใช้ยาทุกชนิดต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ดื้ออินซูลินหายได้ไหม: การตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้นได้จริงเมื่อลดไขมันรอบเอว ขยับร่างกาย และนอนพอ [6][7][10] แต่ถ้ากลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ภาวะนี้กลับมาได้ จึงควรตรวจติดตามเป็นระยะ ไม่ใช่ตรวจครั้งเดียวแล้วจบ

ภาวะดื้ออินซูลินยังมักมาคู่กับไขมันพอกตับ ถ้าคุณมีทั้งสองอย่าง การดูแลแบบเดียวกันนี้ช่วยได้ทั้งคู่ (อ่านเพิ่มเติม: ไขมันพอกตับ สาเหตุที่แท้จริง)


มุมมองจากแพทย์ Thrive

นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ (หมอบาย) Preventive & Regenerative Medicine · Weight Management · Thrive Wellness Clinic

"หนึ่งในคำถามที่หมอหลายๆท่านเจอมากที่สุดคือ 'ตรวจสุขภาพทุกปี น้ำตาลปกติตลอด แต่ทำไมพุงไม่ลดเลย' พอตรวจอินซูลินร่วมด้วย บางคนพบว่าร่างกายต้องใช้อินซูลินสูงกว่าปกติมากเพื่อคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ นี่คือช่วงที่ยังแก้ไขได้ง่ายที่สุด

สิ่งที่หมอดูไม่ใช่แค่ตัวเลขเดียว แต่ดูทั้งรอบเอว ไขมันในเลือด ค่าตับ การนอน และความเครียด เพราะทั้งหมดนี้เชื่อมกัน คนไข้บางคนแค่ปรับเวลานอน ลุกเดินระหว่างวัน และสลับให้กินผักก่อนข้าว ค่าก็ดีขึ้นในการตรวจรอบถัดไป

หมออยากให้มองว่าภาวะดื้ออินซูลินเป็น 'สัญญาณเตือนล่วงหน้า' ไม่ใช่คำตัดสิน ถ้ารู้ตอนนี้ เรามีเวลาแก้ก่อนจะกลายเป็นเบาหวาน"

ที่ Thrive Wellness Clinic แพทย์จะประเมินความเสี่ยงและเลือกรายการตรวจที่เหมาะกับแต่ละคน เช่น ระดับอินซูลินในโปรแกรม Healthy Balance™ หรือการตรวจสมดุลฮอร์โมน แล้ววางแผนดูแลเรื่องอาหาร การนอน การออกกำลังกาย และน้ำหนักไปพร้อมกัน


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับบุคคลใด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มหรือหยุดยาทุกชนิด หรือเปลี่ยนแปลงการกินอย่างจริงจัง

References

[1] Matthews, D. R., Hosker, J. P., Rudenski, A. S., et al. (1985). Homeostasis model assessment: Insulin resistance and beta-cell function from fasting plasma glucose and insulin concentrations in man. Diabetologia, 28(7), 412–419. https://doi.org/10.1007/BF00280883

[2] Do, H. D., Lohsoonthorn, V., Jiamjarasrangsi, W., Lertmaharit, S., & Williams, M. A. (2010). Prevalence of insulin resistance and its relationship with cardiovascular disease risk factors among Thai adults over 35 years old. Diabetes Research and Clinical Practice, 89(3), 303–308. https://doi.org/10.1016/j.diabres.2010.04.013

[3] American Diabetes Association Professional Practice Committee. (2025). 2. Diagnosis and classification of diabetes: Standards of Care in Diabetes—2025. Diabetes Care, 48(Suppl. 1), S27–S49. https://doi.org/10.2337/dc25-S002

[4] Leung, A. K. C., Lam, J. M., Barankin, B., Leong, K. F., & Hon, K. L. (2022). Acanthosis nigricans: An updated review. Current Pediatric Reviews, 19(1), 68–82. https://doi.org/10.2174/1573396318666220429085231

[5] Alberti, K. G., Zimmet, P., & Shaw, J. (2006). Metabolic syndrome—a new world-wide definition. A consensus statement from the International Diabetes Federation. Diabetic Medicine, 23(5), 469–480. https://doi.org/10.1111/j.1464-5491.2006.01858.x

[6] Knowler, W. C., Barrett-Connor, E., Fowler, S. E., et al. (2002). Reduction in the incidence of type 2 diabetes with lifestyle intervention or metformin. New England Journal of Medicine, 346(6), 393–403. https://doi.org/10.1056/NEJMoa012512

[7] Buffey, A. J., Herring, M. P., Langley, C. K., Donnelly, A. E., & Carson, B. P. (2022). The acute effects of interrupting prolonged sitting time in adults with standing and light-intensity walking on biomarkers of cardiometabolic health in adults: A systematic review and meta-analysis. Sports Medicine, 52(8), 1765–1787. https://doi.org/10.1007/s40279-022-01649-4

[8] Minh, H. V., Tien, H. A., Sinh, C. T., et al. (2021). Assessment of preferred methods to measure insulin resistance in Asian patients with hypertension. Journal of Clinical Hypertension, 23(3), 529–537. https://doi.org/10.1111/jch.14155

[9] Wongwananuruk, T., Rattanachaiyanont, M., Indhavivadhana, S., et al. (2012). Prevalence and clinical predictors of insulin resistance in reproductive-aged Thai women with polycystic ovary syndrome [ความชุกและปัจจัยทำนายภาวะดื้ออินซูลินในผู้หญิงไทยวัยเจริญพันธุ์ที่เป็น PCOS จากโครงการ PCOS โรงพยาบาลศิริราช]. International Journal of Endocrinology, 2012, 529184. https://doi.org/10.1155/2012/529184

[10] Spiegel, K., Leproult, R., & Van Cauter, E. (1999). Impact of sleep debt on metabolic and endocrine function. The Lancet, 354(9188), 1435–1439. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(99)01376-8

[11] Shukla, A. P., Iliescu, R. G., Thomas, C. E., & Aronne, L. J. (2015). Food order has a significant impact on postprandial glucose and insulin levels. Diabetes Care, 38(7), e98–e99. https://doi.org/10.2337/dc15-0429

คำถามที่พบบ่อย

ภาวะดื้ออินซูลินหายได้ไหม

ดีขึ้นได้ เมื่อลดไขมันรอบเอว ขยับร่างกายสม่ำเสมอ และนอนให้พอ แต่ไม่ควรมองว่า "หายขาด" เพราะถ้ากลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ภาวะนี้กลับมาได้ ควรตรวจติดตามเป็นระยะ

คอดำเกี่ยวกับดื้ออินซูลินไหม

เกี่ยวได้ ผิวคล้ำหนาบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ (acanthosis nigricans) เป็นสัญญาณทางผิวหนังที่พบบ่อยของภาวะดื้ออินซูลิน โดยเฉพาะในคนที่มีน้ำหนักเกิน ถ้าเกิดขึ้นเร็วหรือลามกว้าง ควรพบแพทย์

ค่า HOMA-IR เท่าไหร่ถึงผิดปกติ

ไม่มีค่าเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ละงานวิจัยและเชื้อชาติใช้เกณฑ์ต่างกัน งานวิจัยในคนไทยใช้ตั้งแต่ราว 1.6 ขึ้นไป แพทย์จะแปลผลร่วมกับรอบเอว ไขมัน และน้ำตาลสะสม

ดื้ออินซูลินต่างจากเบาหวานอย่างไร

ในภาวะดื้ออินซูลิน ตับอ่อนยังชดเชยได้ ค่าน้ำตาลจึงมักปกติ ส่วนเบาหวานคือภาวะที่ชดเชยไม่ไหวแล้ว น้ำตาลขณะอดอาหารตั้งแต่ 126 มก./ดล. หรือ HbA1c ตั้งแต่ 6.5%

กินอะไรดีเมื่อดื้ออินซูลิน

เน้นผัก โปรตีน และใยอาหารในทุกมื้อ ลดน้ำหวานและแป้งขัดขาว ลองกินผักกับโปรตีนก่อนข้าว ไม่จำเป็นต้องงดแป้งทั้งหมด แต่ลดปริมาณและเลือกแบบไม่ขัดสี

ต้องอดอาหารก่อนตรวจไหม

ต้อง งดอาหารและเครื่องดื่มยกเว้นน้ำเปล่า 8–12 ชั่วโมง เพราะทั้งน้ำตาลและอินซูลินเปลี่ยนตามมื้ออาหาร ควรสอบถามคลินิกล่วงหน้าเรื่องเวลานัดและยาที่กินอยู่

Thrive แนะนำ
Health Check-Up

ตรวจสุขภาพประจำปีครบวงจร — blood panel, lipid profile, และการประเมินสุขภาพเชิงป้องกัน

นัดตรวจที่ Thrive →
นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ หมอบาย Thrive Wellness Clinic

นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์

Preventive & Regenerative Medicine (หมอบาย)

หมอบายดูแลด้วยมุมมอง Preventive Medicine — เชื่อมโยงผลฮอร์โมนและวิตามินเข้ากับพันธุกรรมและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อวางแผนชะลอความเสื่อมและป้องกันปัญหาสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขแยกส่วน

Preventive MedicineHormone BalanceRegenerative MedicineGenetic Counseling

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive