ประจำเดือนมามากผิดปกติ (Menorrhagia) — สาเหตุ อาการ และการรักษาที่ถูกต้อง
Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.
นัดตรวจที่ Thrive →🌿 Thrive Wellness Clinic · บทความสุขภาพโดยแพทย์
ประจำเดือนมามากผิดปกติ(Menorrhagia) — สาเหตุ อาการ และการรักษาที่ถูกต้อง
เลือดประจำเดือนมากเกิน 80 มล. หรือนานกว่า 7 วัน อาจเป็นสัญญาณของปัญหาฮอร์โมน ไฟบรอยด์ หรือโรคเลือดที่ซ่อนอยู่
Menorrhagia
มีปัญหานี้
ธาตุเหล็กร่วม
ด้วย LNG-IUS
ประจำเดือนมามากผิดปกติ คืออะไร — เกณฑ์ทางการแพทย์
ทางการแพทย์นิยาม Menorrhagia ว่าคือภาวะที่มีเลือดประจำเดือนมากกว่า 80 มิลลิลิตรต่อรอบ หรือ นานกว่า 7 วัน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การวัดปริมาณเลือดจริงในชีวิตประจำวันทำได้ยาก แพทย์จึงใช้สัญญาณในทางปฏิบัติแทน
ถ้าคุณมีอาการข้างต้น 2 ข้อขึ้นไป โดยเฉพาะต่อเนื่องหลายรอบ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่ใช่แค่ "ทนไป" เพราะเลือดออกมากซ้ำ ๆ นำไปสู่การขาดธาตุเหล็กและโลหิตจางได้
รอบปกติ: 21–35 วัน | ระยะเวลา: 3–7 วัน | ปริมาณ: 30–80 มล. ต่อรอบ | เปลี่ยนผ้าอนามัย: 3–6 ครั้ง/วัน ถือเป็นปกติ ถ้าเกินนี้อย่างสม่ำเสมอให้ตรวจหาสาเหตุ
สาเหตุ — ระบบ PALM-COEIN ที่แพทย์ใช้วินิจฉัย
FIGO (สหพันธ์นรีแพทย์สูตินรีเวชนานาชาติ) กำหนดระบบจำแนกสาเหตุ Abnormal Uterine Bleeding (AUB) ด้วย PALM-COEIN แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่:
- P — Polyps (โพลิปในมดลูก)
- A — Adenomyosis (เยื่อบุโพรงมดลูกลงกล้ามเนื้อ)
- L — Leiomyoma / Fibroids (ไฟบรอยด์)
- M — Malignancy / Hyperplasia (มะเร็ง หรือ เซลล์ผิดปกติ)
- C — Coagulopathy (โรคเลือด Von Willebrand)
- O — Ovulatory Dysfunction (ตกไข่ผิดปกติ)
- E — Endometrial (ความผิดปกติของเยื่อบุ)
- I — Iatrogenic (ยา, ห่วงอนามัย, ยาละลายลิ่มเลือด)
- N — Not yet classified
สาเหตุที่พบบ่อยในคลินิก
| สาเหตุ | สัดส่วน | กลุ่มเสี่ยง |
|---|---|---|
| ไฟบรอยด์ (Uterine Fibroids) — โดยเฉพาะ Submucosal | ~40% | ผู้หญิงอายุ 30–50 ปี |
| Adenomyosis — เยื่อบุฝังในกล้ามเนื้อมดลูก | ~20% | หลังคลอดบุตร, อายุ 40+ ปี |
| ฮอร์โมนผิดสมดุล — Progesterone ต่ำ / Estrogen สูงเกิน | ~25% | วัยก่อนหมดประจำเดือน, PCOS |
| Von Willebrand Disease (โรคเลือดออกง่าย) | 10–13% | มักวินิจฉัยไม่ได้จนถึงวัยผู้ใหญ่ |
| ไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) | ~5–10% | พบในผู้หญิงมากกว่าชาย 5–8 เท่า |
| โพลิป (Endometrial/Cervical Polyps) | ~10% | ทุกช่วงอายุ, พบบ่อยหลัง 40 ปี |
Von Willebrand Disease เป็นโรคความผิดปกติของการแข็งตัวเลือดที่พบบ่อยที่สุด (~1% ของประชากร) พบว่าในผู้หญิงที่มี Menorrhagia ตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก สูงถึง 10–13% อาจมีสาเหตุนี้ซ่อนอยู่ โดยมักไม่ได้รับการวินิจฉัย เพราะแพทย์มักคิดถึงสาเหตุนรีเวชวิทยาก่อน
อาการที่บ่งบอก — ประจำเดือนแบบไหนที่ต้องกังวล
นอกจากปริมาณเลือดมาก อาการที่มาพร้อมกันช่วยแยกแยะสาเหตุได้มาก
อาการจากเลือดออกมาก
อาการที่บ่งบอกสาเหตุเฉพาะ
| อาการ | สาเหตุที่สงสัย |
|---|---|
| ปวดท้องน้อยรุนแรง + เลือดมาก | Adenomyosis, ไฟบรอยด์ Submucosal |
| เลือดมากมาตั้งแต่มีประจำเดือนครั้งแรก | Von Willebrand Disease, โรคเลือดแต่กำเนิด |
| น้ำหนักขึ้น หนาว ผมร่วง + เลือดมาก | Hypothyroidism (ไทรอยด์ต่ำ) |
| รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ + เลือดมาก | PCOS, Anovulatory cycles, Progesterone ต่ำ |
| ปวดหลัง กดปัสสาวะ + เลือดมาก | ไฟบรอยด์ขนาดใหญ่ |
ภาวะแทรกซ้อน — โลหิตจางและขาดธาตุเหล็กที่มักถูกมองข้าม
ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากที่สุดของ Menorrhagia ไม่ใช่ปัญหาระยะยาวอย่างมะเร็ง — แต่คือ การขาดธาตุเหล็กและโลหิตจาง ที่เกิดขึ้นทีละน้อยทุกเดือน จนร่างกายปรับตัวไม่ทัน
ผู้หญิงหลายคนมี Hemoglobin ปกติ แต่ Ferritin ต่ำกว่า 30 ng/mL ซึ่งทำให้มีอาการอ่อนเพลีย หนาว สมาธิสั้น ผมร่วงได้ ก่อนที่ค่า Hb จะต่ำด้วยซ้ำ เพราะร่างกายดึง Iron จาก Storage (Ferritin) มาสร้าง Hb ก่อน — ตรวจ CBC อย่างเดียวไม่พอ ต้องตรวจ Ferritin ด้วยเสมอ
การวินิจฉัย — แพทย์ตรวจอะไรบ้าง
การวินิจฉัย Menorrhagia ต้องค้นหา "ต้นเหตุ" ไม่ใช่แค่ยืนยันว่าเลือดออกมาก — เพราะการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุโดยตรง
ละเอียด
CBC + Ferritin
อุ้งเชิงกราน
Screen
แนะนำในผู้หญิงอายุ >45 ปี หรืออายุน้อยกว่าแต่มีปัจจัยเสี่ยง Endometrial Cancer (อ้วน, PCOS, ไม่เคยตั้งครรภ์, เบาหวาน) เพื่อตัดสาเหตุมะเร็งหรือเซลล์ผิดปกติออกก่อนเริ่มการรักษาอื่น
การรักษา — ตั้งแต่ยาไปจนถึงการผ่าตัด
การรักษาต้องเลือกให้เหมาะกับสาเหตุ อายุ ความต้องการมีบุตร และความรุนแรงของอาการ ไม่มีสูตรสำเร็จเดียวสำหรับทุกคน
| การรักษา | ลดเลือดออก | เหมาะกับ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| Tranexamic Acid ยาหยุดเลือด |
40–50% | ไม่ต้องการคุมกำเนิด, ใช้เฉพาะวันเลือดมาก | ไม่รักษาสาเหตุ, ห้ามใช้ถ้ามีประวัติลิ่มเลือด |
| LNG-IUS (Mirena) ห่วงฮอร์โมน |
80–90% | ต้องการคุมกำเนิดด้วย, ไม่มีแผนมีบุตรในระยะสั้น | ใส่แล้วเลือดอาจมากขึ้นใน 3–6 เดือนแรก |
| ยาเม็ดคุมกำเนิด (OCP) ฮอร์โมนรวม |
40–65% | ต้องการคุมกำเนิด, อาการปวดประจำเดือนร่วม | ห้ามในผู้สูบบุหรี่อายุ >35 ปี, ความดันสูง, Migraine |
| Progesterone ช่วงครึ่งหลังรอบ | 20–30% | สาเหตุจาก Anovulatory cycles | ประสิทธิภาพต่ำกว่า LNG-IUS มาก |
| GnRH Agonist (Leuprolide ฯลฯ) |
85–100% | เตรียมผ่าตัดไฟบรอยด์, ระยะสั้นเท่านั้น | ทำให้หมดประจำเดือนชั่วคราว, กระดูกบาง ≥6 เดือน |
| Endometrial Ablation ทำลายเยื่อบุมดลูก |
70–80% | ไม่ต้องการมีบุตรแล้ว, ไม่มีไฟบรอยด์ขนาดใหญ่ | ไม่ใช่การคุมกำเนิด, อาจต้องทำซ้ำหลัง 5 ปี |
| Hysterectomy ตัดมดลูก |
100% | กรณีรุนแรง, ล้มเหลวกับการรักษาอื่น, มีมะเร็ง | ผ่าตัดใหญ่, หมดประจำเดือนถาวร, เสี่ยงผ่าตัด |
การทบทวนงานวิจัยแบบ Cochrane พบว่า LNG-IUS (Mirena) ลดปริมาณเลือดประจำเดือนได้ 80–90% ซึ่งสูงกว่าทางเลือกยาทุกชนิด รวมถึง Tranexamic Acid และ OCP นอกจากนี้ยังพบว่าความพึงพอใจของผู้ป่วยสูงกว่าการรักษาด้วยยาชนิดอื่น แม้จะไม่ใช่ทางเลือกสำหรับทุกคน
การเสริมธาตุเหล็กร่วมกับการรักษา
การรักษา Menorrhagia ต้องรักษาคู่ขนานกับการชดเชย Iron ที่ขาด:
บริการที่เกี่ยวข้องที่ Thrive Wellness Clinic
Thrive ดูแลสุขภาพสตรีแบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจฮอร์โมน ตรวจธาตุเหล็ก ไปจนถึงเสริมสารอาหารที่ขาดไป
ประจำเดือนมามาก อ่อนเพลีย ซีด — ไม่ต้องทนอีกต่อไป
Thrive Wellness Clinic ลาดพร้าว ตรวจหาสาเหตุและดูแลสุขภาพสตรีแบบครบวงจร โดยแพทย์เฉพาะทาง นัดได้ทันที ไม่ต้องรอคิวนาน
คำถามที่พบบ่อย
ประจำเดือนมามากผิดปกติ (Menorrhagia) คืออะไร?
Menorrhagia คือภาวะที่มีเลือดประจำเดือนมากกว่า 80 มิลลิลิตรต่อรอบ หรือนานกว่า 7 วัน ในทางปฏิบัติ สัญญาณคือต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมงต่อเนื่องหลายชั่วโมง หรือต้องตื่นมาเปลี่ยนกลางดึก มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่กว่า 2.5 ซม. หรือมีอาการอ่อนเพลียและซีดจากการเสียเลือด
ประจำเดือนมามากเกิดจากอะไร?
สาเหตุแบ่งตาม FIGO PALM-COEIN: กลุ่ม PALM (โครงสร้าง) ได้แก่ ไฟบรอยด์ (Fibroids), โพลิป (Polyps), Adenomyosis, มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก กลุ่ม COEIN (ไม่ใช่โครงสร้าง) ได้แก่ ความผิดปกติของการแข็งตัวเลือด (Von Willebrand disease 10-13%), ฮอร์โมนผิดสมดุล (Progesterone ต่ำ, ไทรอยด์), การตกไข่ผิดปกติ
ประจำเดือนมามากทำให้เป็นโลหิตจางได้ไหม?
ใช่ — ผู้ป่วย Menorrhagia มากกว่า 75% มีภาวะขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency) และหลายรายพัฒนาเป็นโลหิตจาง (Anemia) อาการ ได้แก่ อ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น หัวใจเต้นแรง ผิวซีด และสมาธิสั้น การตรวจ Ferritin และ CBC จึงเป็นส่วนสำคัญของการประเมิน Menorrhagia
ประจำเดือนมามากรักษาได้ไหม?
ได้ — การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความต้องการของผู้ป่วย ตั้งแต่ยา Tranexamic Acid (ลดเลือดออก 40-50%), ยาเม็ดคุมกำเนิด, ห่วง LNG-IUS (Mirena, ลดเลือดออก 80-90%), ไปจนถึงการผ่าตัด Endometrial Ablation หรือ Hysterectomy ในกรณีรุนแรง การรักษาที่เหมาะสมต้องตรวจหาสาเหตุก่อนเสมอ
ไฟบรอยด์ทำให้ประจำเดือนมามากไหม?
ใช่ — โดยเฉพาะ Submucosal Fibroids ที่อยู่ใต้เยื่อบุโพรงมดลูกโดยตรง ทำให้พื้นที่ผิวมดลูกเพิ่มขึ้น มีเลือดออกมากขึ้น ไฟบรอยด์ชนิดอื่น (Intramural, Subserosal) อาจไม่ทำให้เลือดออกมาก แต่ทำให้ปวดและกดทับอวัยวะข้างเคียง การตรวจ Ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งและขนาดได้ชัดเจน
ต้องตรวจอะไรบ้างเมื่อประจำเดือนมามากผิดปกติ?
การตรวจที่แนะนำ ได้แก่: CBC + Ferritin (ประเมินโลหิตจาง), ฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH), ฮอร์โมนเพศ (FSH, LH, Estradiol, Progesterone), Coagulation Screen (กรณีสงสัย Von Willebrand), Ultrasound อุ้งเชิงกราน (ตรวจไฟบรอยด์, โพลิป, Adenomyosis) และตัดประกาศการตั้งครรภ์ด้วย hCG ถ้าจำเป็น
Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.
นัดตรวจที่ Thrive →
พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี
แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ
ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ ดูแลการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก พร้อมให้คำปรึกษาแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ Thrive Wellness Clinic
ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา
นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive