📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

ปรอทคืออะไร รับเข้าร่างกายจากไหน อันตรายแค่ไหน และตรวจอย่างไร

หยดของเหลวสีเงินเทาปนครีมบนพื้นสีขาว สื่อถึงโลหะหนักอย่างปรอทที่อาจสะสมในร่างกาย

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  • ปรอทเป็นโลหะหนักที่มี 3 รูปแบบ คือ ปรอทโลหะ (ในปรอทวัดไข้) ปรอทอนินทรีย์ (ในครีมหน้าขาวที่ผิดกฎหมาย) และปรอทอินทรีย์หรือเมทิลเมอร์คิวรี (ในปลา) แต่ละแบบเป็นพิษต่ออวัยวะต่างกัน
  • กรมการแพทย์ระบุว่าปรอทเคยเป็นสารอันตรายอันดับหนึ่งที่พบในเครื่องสำอางในไทย และงานวิจัยที่ตรวจครีมหน้าขาว 549 ชนิดพบปรอทเกิน 1,000 ppm ถึง 6%
  • งานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าปลาส่วนใหญ่จากอ่าวไทยปลอดภัยที่ปริมาณการกินปกติ แต่ปลาบางชนิดอาจเสี่ยงถ้ากินเป็นประจำ
  • ไม่ควรเลิกกินปลา เพราะการกินปลาสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 มื้อสัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจที่ลดลง 36%
  • ปรอทแต่ละรูปแบบถูกขับออกต่างกัน วิธีตรวจจึงควรให้แพทย์เลือกตามประวัติ ทั้งตรวจเลือด ปัสสาวะ หรือ OligoScan
Thrive แนะนำ
Heavy Metal & Trace Elements Check-Up

ตรวจโลหะหนักและแร่ธาตุ ด้วยการตรวจเลือด ปัสสาวะ หรือ OligoScan โดยแพทย์เลือกวิธีตามประวัติ

นัดตรวจที่ Thrive →

ปรอท (Mercury) คือโลหะหนักที่เป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง และพบได้ทั้งในธรรมชาติ อุตสาหกรรม อาหารทะเล และเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมาย [1] ปรอทแต่ละรูปแบบเข้าสู่ร่างกายต่างทางกัน และเป็นพิษต่ออวัยวะต่างกัน โดยเฉพาะสมอง ระบบประสาท และไต [1][2]


ปรอทคืออะไร มีกี่แบบ

ปรอทไม่ได้มีแบบเดียว และนี่คือเรื่องที่บทความทั่วไปมักไม่ได้แยกให้ชัด

รูปแบบ พบที่ไหน เข้าร่างกายทางไหน อวัยวะที่เสี่ยง
ปรอทโลหะ (elemental) ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดความดันแบบเก่า หลอดไฟบางชนิด หายใจเอาไอระเหย เข้าไป ถ้ากลืนลงไปมักดูดซึมน้อย [5] สมองและระบบประสาท [5]
ปรอทอนินทรีย์ (inorganic) ครีมหน้าขาวที่ลักลอบผสม ซึมผ่านผิวหนัง หรือเข้าปากจากมือ [2] ไต [2][5]
ปรอทอินทรีย์ / เมทิลเมอร์คิวรี (methylmercury) ปลาและอาหารทะเล กินเข้าไป ดูดซึมได้ดี [1][5] สมองและระบบประสาท โดยเฉพาะของทารกในครรภ์ [7][8]

นิยามสั้นๆ: เมทิลเมอร์คิวรีคือปรอทที่แบคทีเรียในน้ำเปลี่ยนรูปแล้วสะสมในปลา ยิ่งปลาตัวใหญ่และกินปลาอื่นเป็นอาหาร ยิ่งสะสมมาก [6][1]

บทเรียนจากมินามาตะ ในปี 1956 ที่เมืองมินามาตะ ประเทศญี่ปุ่น โรงงานปล่อยเมทิลเมอร์คิวรีลงทะเล คนที่กินปลาและหอยจากอ่าวนั้นมีอาการชาปลายมือปลายเท้า เดินเซ พูดไม่ชัด และลานสายตาแคบลง ทารกในครรภ์ก็ได้รับพิษผ่านแม่ด้วย [7] เหตุการณ์นี้เป็นที่มาของอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอทในปัจจุบัน


คนไทยได้รับปรอทจากไหนบ้าง

1. ครีมหน้าขาวที่ลักลอบผสมปรอท

  • กรมการแพทย์ระบุว่า ปรอทเคยเป็นสารอันตรายที่พบมากที่สุดในเครื่องสำอางที่ขายในไทยในช่วง 20 ถึง 30 ปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยไฮโดรควิโนนและกรดวิตามินเอ [3]
  • งานวิจัยที่ตรวจครีมหน้าขาว 549 ชนิด ซื้อจากหลายประเทศรวมถึงไทย พบว่า 6% มีปรอทเกิน 1,000 ppm และเกือบครึ่งของตัวที่มีปรอทมีมากกว่า 10,000 ppm [4] ขณะที่มาตรฐานของสหรัฐฯ อนุญาตไม่เกิน 1 ppm [4]
  • ครีมเหล่านี้มักโฆษณาว่า "ขาวไว เห็นผลใน 7 วัน"

2. ปลาและอาหารทะเล งานวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรวจปลาจากอ่าวไทย 19 ชนิด พบว่า [6]

  • ปริมาณโลหะหนักโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยที่ปริมาณการกินปกติ
  • แต่ปลาไหลมอเรย์ (Gymnothorax) และปลาข้างตะเภา (Terapon) มีค่าความเสี่ยงจากปรอทเกินเกณฑ์ โดยเฉพาะคนที่กินเป็นประจำ

อีกงานหนึ่งของทีมเดียวกันพบว่าปรอทในปลาทรายแดงสัมพันธ์กับขนาดตัวและตำแหน่งในห่วงโซ่อาหาร และปลาจากอ่าวไทยตอนบนมีปรอทต่ำกว่าตอนกลางและตอนล่าง [10]

3. ปรอทวัดไข้และอุปกรณ์เก่าที่แตก ไอปรอทจากปรอทวัดไข้แตกในห้องปิดเป็นความเสี่ยงหลัก ส่วนการเผลอกลืนปรอทโลหะ ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีระบุว่าส่วนใหญ่ไม่เกิดพิษ แต่ควรพบแพทย์เพื่อติดตาม [5]


ปรอทอันตรายต่อร่างกายอย่างไร

จากครีมหน้าขาว (ปรอทอนินทรีย์) [2][11]

  • ไต: มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ไปจนถึงกลุ่มอาการเนโฟรติก (ไตรั่ว บวมทั้งตัว)
  • ปากและทางเดินอาหาร: รู้สึกรสโลหะในปาก เหงือกอักเสบ น้ำลายมาก คลื่นไส้
  • ระบบประสาท: ถ้าใช้นาน ปรอทสะสมในสมองได้
  • ผิว: สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ระบุว่าใช้นานอาจทำให้ผิวบาง เกิดฝ้า และผิวด่างดำ [3]

รายงานผู้ป่วยหญิงชาวเอเชียที่ใช้ครีมผสมปรอทเป็นเวลานานจนเกิดไตรั่ว พบว่าอาการดีขึ้นหลังหยุดครีมและได้รับการรักษา [11] การหยุดใช้ผลิตภัณฑ์เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด

จากปลา (เมทิลเมอร์คิวรี)

  • ทารกในครรภ์ไวต่อเมทิลเมอร์คิวรีที่สุด ระดับต่ำก็อาจกระทบพัฒนาการสมอง [8]
  • สำหรับผู้ใหญ่ งานทบทวนใน JAMA สรุปว่าผลของเมทิลเมอร์คิวรีระดับต่ำยังไม่ชัดเจน และประโยชน์ของการกินปลามากกว่าความเสี่ยง [8]

สัญญาณที่ควรพบแพทย์: ใช้ครีมไม่มีทะเบียนแล้วมีอาการบวม ปัสสาวะเป็นฟอง ชาปลายมือปลายเท้า มือสั่น หรือรสโลหะในปาก ควรหยุดใช้และพบแพทย์ พร้อมนำผลิตภัณฑ์ไปด้วย [2][3]


กินปลาอย่างไรให้ได้ประโยชน์และเสี่ยงปรอทน้อย

งานทบทวนจาก Harvard ใน JAMA พบว่า [8]

  • การกินปลาสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 มื้อ สัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจที่ลดลง 36%
  • ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์และแม่ที่ให้นมลูก ควรกินอาหารทะเลสัปดาห์ละ 2 มื้อ และจำกัดปลาบางชนิดที่มีปรอทสูง

หลักเลือกปลาแบบง่ายๆ

  1. เลือกปลาตัวเล็กหรือปลาที่อยู่ต้นห่วงโซ่อาหาร เพราะปรอทสะสมตามขนาดและการกินปลาอื่น [6][10]
  2. สลับชนิดปลา ไม่กินชนิดเดียวซ้ำทุกวัน
  3. ปลาที่อยู่ปลายห่วงโซ่อาหารและตัวใหญ่ ควรกินเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนมีลูก [8]
  4. ปลาแซลมอน ปลาทู และปลาซาร์ดีนมีโอเมก้า 3 สูง อ่านเพิ่มที่ โอเมก้า 3

ข้อสรุปที่ใช้ได้จริง: ความเสี่ยงจากปรอทไม่ใช่เหตุผลที่จะเลิกกินปลา แต่เป็นเหตุผลที่จะเลือกชนิดและสลับให้หลากหลาย [6][8]


ตรวจปรอทในร่างกายอย่างไร

ปรอทแต่ละรูปแบบอยู่ในร่างกายและถูกขับออกต่างกัน วิธีตรวจที่เหมาะจึงขึ้นกับประวัติของแต่ละคน และควรให้แพทย์เป็นผู้เลือก

วิธีตรวจโลหะหนักที่ Thrive มี 3 แบบ ซึ่งวัดคนละอย่างกัน

  • ตรวจเลือด: วัดระดับโลหะหนักในเลือด
  • ตรวจปัสสาวะ: วัดสิ่งที่ร่างกายกำลังขับออก
  • OligoScan: สแกนฝ่ามือเพื่อดูภาพรวมแร่ธาตุและโลหะหนักในเนื้อเยื่อ ไม่ต้องเจาะเลือด

สิ่งที่แพทย์ใช้พิจารณา

ประวัติ สิ่งที่ควรรู้
กินปลาและอาหารทะเลบ่อย ปรอทจากปลาเป็นปรอทอินทรีย์ ซึ่งสะท้อนในเลือดและเส้นผมได้ [9]
เคยใช้ครีมหน้าขาวที่ไม่มีทะเบียน ปรอทอนินทรีย์ถูกขับออกทางปัสสาวะเป็นหลัก [2][5]
สัมผัสไอปรอท เช่น จากงานหรือปรอทวัดไข้แตก มักต้องดูหลายตัวชี้วัดร่วมกัน [5]

ข้อควรรู้ก่อนตรวจ

  • ตัวชี้วัดหลายแบบสะท้อนการได้รับในช่วงไม่นาน ไม่ใช่สะสมทั้งชีวิต [9]
  • บอกแพทย์ว่ากินปลาบ่อยแค่ไหน ใช้เครื่องสำอางอะไร ทำงานอะไร และมีอาการอะไร แพทย์จะใช้ข้อมูลนี้เลือกวิธีตรวจและแปลผล
  • บางครั้งแพทย์อาจใช้มากกว่า 1 วิธีร่วมกัน เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น
  • ถ้าผลสูง สิ่งสำคัญที่สุดคือหาแหล่งที่มาและหยุดการได้รับ แล้วแพทย์จะพิจารณาการดูแลตามระดับและอาการ [5][11]

สรุป: ไม่มีวิธีตรวจเดียวที่เหมาะกับทุกคน ให้แพทย์ซักประวัติก่อน แล้วเลือกว่าจะตรวจเลือด ปัสสาวะ หรือ OligoScan


มุมมองจากทีมแพทย์ Thrive

ที่ Thrive Wellness Clinic เราพบผู้หญิงวัย 40 ขึ้นไปหลายคนที่เคยใช้ครีมหน้าขาวจากออนไลน์ หรือกินปลาทะเลเกือบทุกวันเพราะดูแลสุขภาพ แล้วเริ่มกังวลเรื่องปรอท

แนวทางของเราคือ เข้าใจก่อนดูแล เราซักประวัติก่อนว่าคุณอาจได้รับปรอทจากไหน แล้วแพทย์จะเลือกวิธีตรวจที่เหมาะกับคุณ ไม่ว่าจะเป็นตรวจเลือด ปัสสาวะ หรือ OligoScan ถ้าผลปกติ คำแนะนำมักเป็นการปรับการเลือกปลาและเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีทะเบียน ถ้าผลสูง เราจะวางแผนดูแลร่วมกันตามระดับที่ตรวจพบ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากสงสัยว่าได้รับพิษจากปรอท ตั้งครรภ์ หรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์


References

[1] Clarkson, T. W., & Magos, L. (2006). The toxicology of mercury and its chemical compounds. Critical Reviews in Toxicology, 36(8), 609–662. https://doi.org/10.1080/10408440600845619

[2] Chan, T. Y. (2011). Inorganic mercury poisoning associated with skin-lightening cosmetic products. Clinical Toxicology, 49(10), 886–891. https://doi.org/10.3109/15563650.2011.626425

[3] ไทยพีบีเอส. (2564, 27 ตุลาคม). อย่าหาทำ! เอาสารปรอททาผิว หมอยันอันตรายต่อระบบประสาท-ผิว [Department of Medical Services and Institute of Dermatology warn against mercury in cosmetics]. Thai PBS News. https://www.thaipbs.or.th/news/content/309049

[4] Hamann, C. R., Boonchai, W., Wen, L., Sakanashi, E. N., Chu, C. Y., Hamann, K., Hamann, C. P., Sinniah, K., et al. (2014). Spectrometric analysis of mercury content in 549 skin-lightening products: is mercury toxicity a hidden global health hazard? Journal of the American Academy of Dermatology, 70(2), 281–287.e3. https://doi.org/10.1016/j.jaad.2013.09.050

[5] ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. (2544). Metallic mercury poisoning [พิษจากปรอทโลหะ]. Poison & Drug Information Bulletin, 9(2). https://www.rama.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/bulletin/bul_01/v9n2/Hg_pois

[6] Prabakaran, K., Sompongchaiyakul, P., Bureekul, S., Wang, X., & Charoenpong, C. (2024). Heavy metal bioaccumulation and risk assessment in fishery resources from the Gulf of Thailand [โลหะหนักในสัตว์น้ำจากอ่าวไทย คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Marine Pollution Bulletin, 198, 115864. https://doi.org/10.1016/j.marpolbul.2023.115864

[7] Harada, M. (1995). Minamata disease: methylmercury poisoning in Japan caused by environmental pollution. Critical Reviews in Toxicology, 25(1), 1–24. https://doi.org/10.3109/10408449509089885

[8] Mozaffarian, D., & Rimm, E. B. (2006). Fish intake, contaminants, and human health: evaluating the risks and the benefits. JAMA, 296(15), 1885–1899. https://doi.org/10.1001/jama.296.15.1885

[9] Martinez-Morata, I., Sobel, M., Tellez-Plaza, M., Navas-Acien, A., Howe, C. G., & Sanchez, T. R. (2023). A state-of-the-science review on metal biomarkers. Current Environmental Health Reports, 10(3), 215–249. https://doi.org/10.1007/s40572-023-00402-x

[10] Ritonga, I. R., Bureekul, S., Ubonyaem, T., Chanrachkij, I., & Sompongchaiyakul, P. (2022). Mercury content and consumption risk of 8 species threadfin bream (Nemipterus spp.) caught along the Gulf of Thailand [ปรอทในปลาทรายแดงจากอ่าวไทย คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Marine Pollution Bulletin, 175, 113363. https://doi.org/10.1016/j.marpolbul.2022.113363

[11] Gao, H., Liu, G., He, Y., & Chen, J. (2022). Nephrotic syndrome of minimal change disease following exposure to mercury-containing skin lightening cream: A case report and literature review. Clinical Nephrology, 98(2), 107–112. https://doi.org/10.5414/CN110751

[12] Worthington, H. V., Khangura, S., Seal, K., Mierzwinski-Urban, M., Veitz-Keenan, A., Sahrmann, P., Schmidlin, P. R., Davis, D., et al. (2021). Direct composite resin fillings versus amalgam fillings for permanent posterior teeth. Cochrane Database of Systematic Reviews, 8(8), CD005620. https://doi.org/10.1002/14651858.CD005620.pub3

คำถามที่พบบ่อย

ปรอทวัดไข้แตกต้องทำอย่างไร

เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ให้เด็กและสัตว์เลี้ยงออกจากห้อง ห้ามใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือไม้กวาด เพราะจะทำให้ปรอทกระจายและระเหยมากขึ้น ใช้กระดาษแข็งกวาดเม็ดปรอทใส่ภาชนะปิดสนิท ถ้าเผลอกลืน ส่วนใหญ่ไม่เกิดพิษ แต่ควรพบแพทย์เพื่อติดตาม และสอบถามศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีได้ที่ 1367

ใช้ครีมผสมปรอทมานาน หยุดแล้วปรอทจะออกจากร่างกายไหม

ปรอทอนินทรีย์ถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ และมีค่าครึ่งชีวิตประมาณ 1 ถึง 2 เดือน การหยุดใช้จึงสำคัญที่สุด ถ้ามีอาการหรือใช้มานาน ควรตรวจปัสสาวะและการทำงานของไต

ดูอย่างไรว่าครีมมีปรอท

ดูไม่ออกด้วยตา ควรซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีเลขจดแจ้งจาก อย. ระวังครีมที่โฆษณาว่าขาวเร็วผิดปกติ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ มีบริการรับตรวจสารอันตรายในเครื่องสำอาง

ตั้งครรภ์อยู่ กินปลาได้ไหม

กินได้และควรกิน เพราะปลามีสารอาหารที่ช่วยพัฒนาการสมองทารก แนะนำสัปดาห์ละ 2 มื้อ และเลี่ยงปลาที่มีปรอทสูง ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลครรภ์

อุดฟันด้วยอะมัลกัม (สีเงิน) อันตรายไหม ต้องรื้อออกไหม

วัสดุอุดฟันอะมัลกัมมีปรอทเป็นส่วนผสม และมีการลดการใช้ตามอนุสัญญามินามาตะ ส่วนใหญ่เพราะผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การตัดสินใจรื้อออกควรปรึกษาทันตแพทย์ เพราะการรื้ออาจทำให้เกิดไอปรอทได้

Thrive แนะนำ
Heavy Metal & Trace Elements Check-Up

ตรวจโลหะหนักและแร่ธาตุ ด้วยการตรวจเลือด ปัสสาวะ หรือ OligoScan โดยแพทย์เลือกวิธีตามประวัติ

นัดตรวจที่ Thrive →
พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี หมอนุ่น แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ Thrive Wellness

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ ดูแลการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก พร้อมให้คำปรึกษาแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ Thrive Wellness Clinic

Anti-aging & Regenerative MedicineNutrition WellnessFunctional Medicine

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive