📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

วิตามินบี3 ที่ดูแลผิวจากภายใน ผิวหย่อยคล้อย ริ้วรอย จุดด่างดำ เริ่มต้นที่ NAD+ ลดลง

วิตามินบี3 ที่ดูแลผิวจากภายใน ผิวหย่อยคล้อย ริ้วรอย จุดด่างดำ เริ่มต้นที่ NAD+ ลดลง
Thrive แนะนำ
Book your consultation at Thrive

Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.

นัดตรวจที่ Thrive →

วิตามินบี3 คืออะไร — 3 รูปแบบที่ต้องรู้จัก

วิตามินบี3 คือวิตามินที่ละลายน้ำได้ในกลุ่ม B-complex มีชื่อทางเคมีว่า Nicotinic Acid หรือที่รู้จักกันในชื่อ Niacin และมีรูปแบบอนุพันธ์อีก 2 ตัวที่สำคัญ ได้แก่ Niacinamide (Nicotinamide) และ NMN (Nicotinamide Mononucleotide) โดยทั้งหมดทำหน้าที่เป็น precursor หลักในการสร้าง NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) — coenzyme ที่จำเป็นต่อการผลิตพลังงาน ATP ในไมโตคอนเดรียและการซ่อมแซม DNA

ความสำคัญของวิตามินบี3 ต่อการชะลอวัยอยู่ตรงนี้ — เมื่อเราอายุมากขึ้น ระดับ NAD+ ในร่างกายลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง และคอลลาเจนถูกสร้างทดแทนน้อยลง

รูปแบบที่ 1

Nicotinic Acid (Niacin)

รูปแบบดั้งเดิม — ใช้ทางการแพทย์ลดไขมัน Triglyceride และเพิ่ม HDL-C ปริมาณสูง ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดผิวหนัง

⚠️ เกิด Niacin Flush ได้
รูปแบบที่ 2 — แนะนำ

Niacinamide (Nicotinamide)

รูปแบบ Amide — ใช้กว้างขวางทั้งในผลิตภัณฑ์ทาผิวและอาหารเสริม กระตุ้น NAD+ ได้ดี เหมาะกับการดูแลผิวระยะยาว

✓ ไม่มี Flush Effect
รูปแบบที่ 3

NMN / NR

รูปแบบขั้นสูง (Nicotinamide Mononucleotide / Riboside) — ดูดซึมเข้าเซลล์ได้โดยตรง มักใช้ใน Protocol ต่อต้านวัยขั้นสูง

✓ ไม่มี Flush Effect
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์

Rolfe (2021) ตีพิมพ์ใน Antioxidants (PMC8389214) สรุปว่า Niacinamide ฟื้นฟู NAD+ pool ในระดับเซลล์ ลด Oxidative stress ในชั้นผิว เสริม Extracellular matrix และยับยั้งกระบวนการสร้าง Melanin ที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ — ทั้งหมดผ่านกลไกที่วัดผลได้ในงานวิจัย

ทำไม NAD+ ลดลงตามอายุ — และทำไมผิวถึงหย่อนคล้อย

NAD+ ไม่ได้เป็นแค่สารเคมีในเซลล์ — มันคือ "เชื้อเพลิง" หลักของเซลล์ผิวทุกเซลล์ ร่างกายใช้ NAD+ ใน 4 กระบวนการหลักที่เกี่ยวกับผิวโดยตรง ได้แก่ การผลิตพลังงาน ATP, การซ่อมแซม DNA จากความเสียหายของแสงแดด UV, การกระตุ้น Sirtuins (โปรตีนต่อต้านวัย) และการควบคุมการอักเสบ

ปัญหาคือ — ระดับ NAD+ ในร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามอายุ เมื่อ NAD+ ลดลง เซลล์ผิว Fibroblast สร้างคอลลาเจนได้น้อยลง Epidermis บางลง ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น และกระบวนการซ่อมแซมจากแสงแดดช้าลง — นี่คือต้นตอของผิวหย่อยคล้อยและริ้วรอยที่ลึกขึ้นตามวัย

ระดับ NAD+ ที่ลดลงตามช่วงอายุ (เทียบกับอายุ 20 ปี = 100%)

อายุ 20 ปี100%
อายุ 30 ปี~75%
อายุ 40 ปี~50%
อายุ 60 ปี~25%

ข้อมูลอ้างอิง: Verdin E. (2015) NAD+ in aging. Science. PMID 26785476

วิตามินบี3 โดยเฉพาะ Niacinamide ทำหน้าที่เป็น building block โดยตรงในการสังเคราะห์ NAD+ ผ่าน Salvage Pathway — เส้นทางที่ร่างกายใช้ recycle วิตามินบี3 กลับมาเป็น NAD+ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ต่างจาก De novo synthesis ที่ต้องอาศัย Tryptophan จากอาหารและใช้พลังงานมากกว่า

6 ประโยชน์ของ Niacinamide ต่อผิวที่มีหลักฐานรองรับ

งานวิจัยตั้งแต่ปี 2006 ถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอว่า Niacinamide มีผลต่อผิวหลายมิติ ไม่ใช่แค่ "ลดริ้วรอย" แต่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างผิวระดับเซลล์ไปจนถึงสีผิวและการป้องกันความเสียหาย

🧱

เสริมคอลลาเจน Type I & III

กระตุ้น Fibroblast ผลิตคอลลาเจน ลดการสลายโปรตีนโครงสร้าง ผิวแน่นขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น

🛡️

เสริม Skin Barrier (Ceramide)

กระตุ้นการผลิต Ceramide, Keratin และ Filaggrin ในชั้น Epidermis ผิวชุ่มชื้น ป้องกันการสูญเสียน้ำ

🌟

ลดจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ

ยับยั้งการส่งต่อ Melanin จาก Melanocyte ไปยัง Keratinocyte ลดจุดด่างดำจากแสงแดดและรอยหลังสิว

🌊

ลดริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อย

การศึกษา 24 สัปดาห์พบว่าผิวหนาขึ้น ริ้วรอยตื้นลดลง และ Skin elasticity ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

🔴

ลดรอยแดง ผิวหมองเหลือง

Bissett et al. (2007) พบว่า Niacinamide ลด Skin yellowing, Red blotchiness และ Hyperpigmented spots

☀️

ป้องกันความเสียหายจาก UV

เพิ่ม DNA repair หลังโดน UV radiation ผ่านการฟื้นระดับ NAD+ ลดการสะสมความเสียหายในระยะยาว

งานวิจัยทางคลินิก

Bissett RL et al. (2006, PMID 16029679) ทดสอบในอาสาสมัครผู้หญิงอายุ 40–60 ปี พบว่าการใช้ Niacinamide 5% ทาผิว 12 สัปดาห์ ลดริ้วรอยตื้น จุดด่างดำ ผิวหย่อน และ Skin yellowing ได้อย่างมีนัยสำคัญเทียบกับกลุ่ม placebo (p < 0.05) — เป็นหนึ่งในงานวิจัย Niacinamide ที่อ้างอิงมากที่สุดในโลก

สนใจตรวจระดับวิตามินและ Anti-aging Assessment?

แพทย์ที่ Thrive ประเมิน Nutritional profile ครบ พร้อมออกแบบ Protocol วิตามินเฉพาะบุคคล

โทร 095-934-9640 LINE @thrivewellnessth

วิตามินบี3 ดูแลร่างกายมากกว่าแค่ผิว

นอกเหนือจากสุขภาพผิว วิตามินบี3 โดยเฉพาะ Niacin (Nicotinic Acid) มีบทบาทสำคัญต่อระบบอื่นๆ ในร่างกาย ซึ่งทำให้การดูแลระดับวิตามินบี3 ให้เพียงพอเป็นส่วนหนึ่งของ Health Optimization ที่ครอบคลุม

1. ระบบพลังงานและ Metabolism

NAD+ เป็น coenzyme ที่จำเป็นสำหรับ Glycolysis, Citric Acid Cycle และ Oxidative Phosphorylation — กระบวนการผลิต ATP ทั้งหมด หากร่างกายขาดวิตามินบี3 เซลล์ผลิตพลังงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าเรื้อรัง แม้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ

2. ระบบไขมันในเลือดและหัวใจ

Niacin (Nicotinic Acid) ขนาด 1–3 g/day ใช้ทางการแพทย์เพื่อ ลด Triglyceride 20–50% และ เพิ่ม HDL-C 15–35% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่ายาลดไขมันประเภทอื่นในส่วนของ HDL อย่างไรก็ตาม การใช้ Niacin ขนาดสูงต้องอยู่ภายใต้การดูแลแพทย์เนื่องจากอาจมีผลต่อตับและระดับน้ำตาลเลือด

3. สมองและระบบประสาท

NAD+ จำเป็นต่อการทำงานของ Neurotransmitter และ Neuroprotection — สมองเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงสุดสัดส่วนต่อน้ำหนัก การขาดวิตามินบี3 เรื้อรังเชื่อมโยงกับอาการสมาธิสั้น สับสน และในระดับรุนแรงถึงขั้น Dementia ที่เรียกว่า Pellagra Brain

4. การซ่อมแซม DNA

PARP-1 (Poly ADP-ribose polymerase) เป็นเอนไซม์ซ่อมแซม DNA ที่ใช้ NAD+ เป็น substrate โดยตรง — เมื่อ NAD+ ต่ำ PARP-1 ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ DNA damage สะสม ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการแก่ก่อนวัย (Accelerated aging)

⚡ พลังงานเซลล์ 💓 ลด Triglyceride 🧠 Brain Health 🔬 DNA Repair (PARP-1) 🌡️ ควบคุมการอักเสบ 🦠 Sirtuins Anti-aging

อาการขาดวิตามินบี3 — จาก Subclinical ถึง Pellagra

การขาดวิตามินบี3 มีสองระดับ — ระดับรุนแรงที่เรียกว่า Pellagra และระดับ Subclinical ที่พบบ่อยกว่ามากในประชากรทั่วไปที่ไม่ได้รับอาหารครบถ้วนหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง

Pellagra — โรค "4 Ds" — เกิดจากการขาดวิตามินบี3 รุนแรง พบได้ในประชากรที่บริโภคข้าวโพดเป็นอาหารหลักโดยไม่ผ่านกระบวนการ Nixtamalization ที่ปลดปล่อย Niacin จากพันธะกับ Niacytin

D1

Dermatitis

ผิวหนังอักเสบ แดง หยาบ ลอก เฉพาะส่วนที่โดนแสงแดด — หลังมือ คอ ใบหน้า (Casal's Necklace)

D2

Diarrhea

ท้องเสียเรื้อรัง คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ลิ้นอักเสบแดงเป็นมัน (Glossitis)

D3

Dementia

สมองเสื่อม สับสน ซึมเศร้า วิตกกังวล ความจำเสื่อมลง ในระยะรุนแรง

D4

Death

ในระยะสุดท้ายที่ไม่ได้รับการรักษา — พบเฉพาะในการขาดรุนแรงมาก

อาการขาดระดับต่ำ (Subclinical) ที่พบบ่อยกว่า

การขาดวิตามินบี3 แบบ Subclinical ไม่แสดงอาการ Pellagra ชัดเจน แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะในกลุ่มที่กินอาหารแปรรูปสูง ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือมีโรคระบบย่อยอาหารที่ดูดซึมได้ไม่ดี

😴 เหนื่อยล้าเรื้อรัง ไม่หายแม้นอนพอ 🧠 สมาธิสั้น หลงลืมบ่อย 😰 วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย 👄 ปากแห้งแตก ลิ้นเป็นสีแดงเข้ม 💅 ผิวแห้งหยาบ เล็บเปราะ 🫀 หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

กลุ่มเสี่ยงขาดวิตามินบี3: ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, ผู้ป่วย Crohn's disease หรือ Celiac disease, ผู้ที่กินยา Isoniazid (ยารักษาวัณโรค), ผู้ที่ทานอาหาร Carbohydrate-heavy แต่ขาดโปรตีน และผู้ที่อยู่ระหว่างอดอาหาร (Extreme caloric restriction)

แหล่งอาหารวิตามินบี3 และปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน

ร่างกายได้รับวิตามินบี3 จากสองทาง — จากอาหารโดยตรง และจากการสังเคราะห์จาก Tryptophan (กรดอะมิโนในโปรตีน) ในอัตรา 60 mg Tryptophan → 1 mg NE (Niacin Equivalent) อย่างไรก็ตาม การสังเคราะห์จาก Tryptophan อาจไม่เพียงพอเมื่อร่างกายต้องการ NAD+ สูงขึ้นตามอายุ

แหล่งอาหาร ปริมาณ Niacin (mg NE / 100 g) % RDA ต่อมื้อ
อกไก่ (ปรุงสุก)13.4 mg~84%
ปลาทูน่า (กระป๋อง)11.7 mg~73%
เนื้อวัวไม่ติดมัน6.1 mg~38%
ปลาแซลมอน5.6 mg~35%
เห็ดนางรม / เห็ดชิตาเกะ3.8 mg~24%
ถั่วลิสง12.1 mg~76%
ข้าวกล้อง (ปรุงสุก)2.6 mg~16%
มันฝรั่ง (ปรุงสุก)1.5 mg~9%

ปริมาณแนะนำต่อวัน (Dietary Reference Intakes)

กลุ่มประชากร RDA (mg NE/day) UL (mg/day)
ผู้ชายผู้ใหญ่16 mg NE35 mg
ผู้หญิงผู้ใหญ่14 mg NE35 mg
หญิงตั้งครรภ์18 mg NE35 mg
หญิงให้นมบุตร17 mg NE35 mg
เด็กอายุ 9–13 ปี12 mg NE20 mg

UL = Upper Tolerable Intake Level จาก Supplementation (ไม่รวมจากอาหาร) | NE = Niacin Equivalent | ที่มา: Institute of Medicine, Food and Nutrition Board

🍗 อกไก่ 🐟 ปลาทูน่า 🥩 เนื้อวัว 🥜 ถั่วลิสง 🍄 เห็ดชิตาเกะ 🐟 ปลาแซลมอน 🍚 ข้าวกล้อง 🥚 ไข่ไก่

เมื่อไหร่ควรพิจารณาเสริมวิตามินบี3 ที่คลินิก

การได้รับวิตามินบี3 จากอาหารเพียงพอสำหรับการป้องกัน Pellagra แต่สำหรับเป้าหมายด้าน Anti-aging, ผิวพรรณ และ Performance Optimization ปริมาณที่ต้องการอาจสูงกว่า RDA หลายเท่า ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลแพทย์

1

อายุ 35 ปีขึ้นไป ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ริ้วรอยเพิ่มขึ้นชัดเจน

NAD+ ลดลงตามวัยอย่างต่อเนื่อง การเสริม Niacinamide หรือ NMN ภายใต้การดูแลแพทย์ช่วยชะลอกระบวนการนี้ได้อย่างมีหลักฐานรองรับ

2

ผลเลือดแสดงระดับ Triglyceride สูง หรือ HDL-C ต่ำ

Niacin (Nicotinic Acid) ขนาดรักษาอาจเป็นตัวเลือก แต่ต้องอยู่ภายใต้การตรวจตับและน้ำตาลเลือดอย่างสม่ำเสมอ

3

เหนื่อยล้าเรื้อรัง ไม่ทราบสาเหตุ ผลตรวจ Thyroid ปกติ

ระดับ NAD+ ต่ำอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ถูกมองข้าม แพทย์ที่ Thrive ตรวจ Nutritional panel ครบเพื่อหาต้นตอได้ตรงจุด

4

ต้องการ Anti-aging Protocol ครบวงจร

วิตามินบี3 มักเป็นส่วนหนึ่งของ Comprehensive anti-aging protocol ร่วมกับ Vitamin D, Magnesium, Omega-3 และ Hormone balancing ที่ Thrive ออกแบบเฉพาะบุคคล

5

IV Vitamin Therapy — ดูดซึมได้ 100%

สำหรับผู้ที่ต้องการผลเร็วหรือมีปัญหาการดูดซึมทางปาก IV therapy ที่ Thrive ส่ง Niacinamide เข้าระบบหลอดเลือดโดยตรง เพิ่มระดับ NAD+ ในเซลล์ได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย

วิตามินบี3 กับ Niacinamide เหมือนกันไหม?

วิตามินบี3 มี 2 รูปแบบหลัก คือ Nicotinic Acid (Niacin) และ Nicotinamide (Niacinamide) ทั้งสองเป็นวิตามินบี3 เหมือนกัน แต่ Niacinamide ไม่ทำให้เกิดอาการ 'Niacin Flush' (ผิวแดง คัน ร้อนวูบ) จึงนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและอาหารเสริมมากกว่า ทั้งสองรูปเป็น precursor ของ NAD+ ที่จำเป็นต่อพลังงานระดับเซลล์และการซ่อมแซม DNA

Niacinamide ช่วยลดผิวหย่อยคล้อยได้จริงไหม?

มีหลักฐานทางคลินิกรองรับ — Niacinamide กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I และ III เสริมการผลิต Ceramide และ Keratin ในชั้น Epidermis และลดการสลายโปรตีนโครงสร้างผิว การศึกษา Rolfe (2021, PMC8389214) พบว่า Niacinamide ลดริ้วรอยตื้น จุดด่างดำ และผิวหย่อนได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อใช้ต่อเนื่อง 12–24 สัปดาห์

NAD+ กับวิตามินบี3 เกี่ยวกันอย่างไร?

NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) เป็น coenzyme หลักในกระบวนการผลิตพลังงาน ATP และการซ่อมแซม DNA — และวิตามินบี3 ทั้ง Niacin และ Niacinamide เป็น precursor โดยตรงในการสร้าง NAD+ ปัญหาคือระดับ NAD+ ลดลงตามอายุ — อายุ 40 ปีระดับ NAD+ ลดลงถึง 50% ทำให้เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง ส่งผลให้ผิวหย่อยคล้อย ริ้วรอยลึกขึ

อาการขาดวิตามินบี3 มีอะไรบ้าง?

การขาดวิตามินบี3 รุนแรงเรียกว่า Pellagra แสดงอาการ '3 Ds' คือ Dermatitis (ผิวหนังอักเสบแดง ลอก เฉพาะส่วนที่โดนแสงแดด), Diarrhea (ท้องเสียเรื้อรัง), Dementia (สมองเสื่อม สับสน) หากรุนแรงมากจะถึง D ที่ 4 คือ Death อาการขาดระดับต่ำ (subclinical) พบบ่อยกว่า ได้แก่: เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว ผิวแห้งหยาบ ปากแตก ลิ้นเป็นสีแดง

ควรกินวิตามินบี3 เสริมปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน?

ปริมาณแนะนำต่อวัน (RDA) สำหรับผู้ใหญ่: 14 mg NE/day (ผู้หญิง) และ 16 mg NE/day (ผู้ชาย) ปริมาณสูงสุดที่ปลอดภัย (UL): 35 mg NE/day จากอาหารเสริม สำหรับวัตถุประสงค์ด้านผิวพรรณและ Anti-aging แพทย์อาจพิจารณา Niacinamide 500–1,000 mg/day ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลแพทย์ การรับ Nicotinic Acid (Niacin) ขนาดสูง >1,000 mg อาจมีผลต

Niacinamide ทาผิวกับกินเสริม ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองทางให้ผลที่แตกต่างและเสริมกัน — การทาผิว (topical 2–5%) ออกฤทธิ์โดยตรงในชั้น Epidermis และ Dermis ลดจุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยตื้น การกินเสริมออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย เพิ่ม NAD+ ให้เซลล์ผิวทั่วทั้งชั้น ช่วยการซ่อมแซม DNA จากความเสียหายแสงแดด เสริมคอลลาเจนได้จากภายใน แพทย์ที่ Thrive แนะนำให้ใช้ร่วมกันทั้งสองทาง

Thrive แนะนำ
Book your consultation at Thrive

Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.

นัดตรวจที่ Thrive →
พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี หมอนุ่น แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ Thrive Wellness

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ ดูแลการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก พร้อมให้คำปรึกษาแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ Thrive Wellness Clinic

Anti-aging & Regenerative MedicineNutrition WellnessFunctional Medicine

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive