ผื่นลมพิษ ผื่นแดงที่แก้ไม่หายขาด เป็นทุกทีที่อากาศเปลี่ยน แก้ไขได้อย่างไร
Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.
นัดตรวจที่ Thrive →ผื่นลมพิษ คืออะไร
ผื่นลมพิษ (URTICARIA) เกิดขึ้นจากลมพิษที่แสดงอาการ สามารถพบได้บ่อยโดยมีโอกาสเกิดขึ้นอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต เป็นอาการแสดงทางผิวหนังมีลักษณะ ผื่น นูนแดง คัน และอาจมีอาการบวมบริเวณเยื่อบุเช่น ตาบวม ปากบวม ในบางราย หรืออาจมีเพียงอาการบวมโดยไม่มีลมพิษ แต่พบได้ไม่บ่อย
ผื่นลมพิษ มักเกิดผื่นแดงขึ้นและยุบลงไม่เกิน 24–28 ชั่วโมง หลังจากนั้นอาจมีโอกาสกลับมามีผื่นขึ้นใหม่อีกสลับ เป็นๆ หายๆ หากเกิดขึ้นไม่เกินระยะ 6 สัปดาห์ เรียกว่า ผื่นลมพิษเฉียบพลัน (Acute Urticaria) แต่หากเกิดนานเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไป เรียกว่า ผื่นลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria)
ผื่นคันแบบไหน ถึงเรียกผื่นลมพิษ
ลักษณะของผื่นลมพิษจะเป็นผื่น ปื้นนูนแดง มีอาการคัน ไม่มีขุย เกิดขึ้นได้ทุกส่วนตามร่างกาย แต่พบมากช่วงแขน ขา และใบหน้า มักเกิดและค่อยๆ หายไปใน 24 ชั่วโมง แต่ก็อาจเกิดผื่นแดงขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ มักเกิดบริเวณที่มีการเสียดสี เช่น บริเวณรอยเสื้อใน หรือรอยกดทับ หรือกรณีที่เป็นมาก อาจจะกระจายทั่วร่างกายได้
สาเหตุของผื่นลมพิษเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งปฏิกิริยาต่อยา, อาหาร, การติดเชื้อ, สิ่งกระตุ้นทางกายภาพ (physical) เช่น แสง ความร้อน ความเย็น หรือการกดทับของร่างกาย การเสียดสี หรือโรคในระบบอื่นๆ ของร่างกายของส่งผล แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักตรวจไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด
และอีกปัจจัยที่สำคัญให้เกิดผื่นลมพิษง่ายขึ้น คือ ร่างกายไม่แข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันลดลง จึงทำให้เมื่อเกิดถูกกระตุ้นจากปัจจัยต่างๆ ร่างกายจึงไวต่อการเกิดปฏิกิริยาผื่นลมพิษได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิต้านทานน้อยเกิดได้จาก Lifestyle หรือการจัดจังหวะชีวิตที่ไม่สมดุล เช่น การพักผ่อนน้อย ทำงานหนัก มีภาวะความเครียดสูง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ร่างกายหนัก การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ได้รับสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุไม่เพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอลง (weak) ทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อต่างๆ
สารกระตุ้นก่อผื่นลมพิษ และทำภูมิคุ้มกันบกพร่องมีอะไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม ผื่นลมพิษส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น แม้จะซักประวัติตรวจร่างกายโดยละเอียด และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการดังกล่าวแล้ว ก็มักตรวจไม่พบสาเหตุอย่างแน่ชัด จึงแนะนำให้สำรวจและสังเกตตัวเอง ในผู้ที่เป็นผื่นลมพิษ ว่าปัจจัยกระตุ้นการแพ้คืออะไร และพยายามหลีกเลี่ยง งดเว้น และเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย เพื่อลดความรุนแรงหากมีอาการผื่นแพ้
ทำอย่างไรเมื่อเกิดผื่นลมพิษขึ้น
หาสาเหตุหลังจากเกิดผื่นลมพิษ ว่ามีปัจจัยใดที่ส่งผลให้กลไกร่างกายหลั่ง ฮีสตามีน ออกมาจนทำให้เกิดผื่น อักเสบ และหลีกเลี่ยงทันที
หากเกิดผื่น คัน ให้อาบน้ำเย็น ประคบด้วยน้ำเย็น หรือทาแป้งเย็นที่มีส่วนผสมของ menthol เพื่อลดอาการคัน และระวังอย่าใช้มากจนเกิดไปอาจทำให้เกิดผิวแห้งและคันเพิ่มขึ้น (งดใช้วิธีนี้ในผู้ที่เกิดผื่นลมพิษจากความเย็น)
รับประทานยาแก้แพ้ (ยาต้านฮีสตามีน) เช่น Hydroxyzine, Diphenhydramine, Loratadine, Cetirizine หากคันใช้ยาทาแก้คัน คาลาไมน์ ควบคู่ไปได้ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้ยาทุกกรณี
ไม่แกะ เกา ขีดข่วนผิวหนังเพิ่ม เพราะยิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการอักเสบที่ผิวหนัง
ปรึกษาแพทย์ทันทีหากอาการไม่ดีขึ้นใน 24 ชั่วโมง
วิธีรักษาเมื่อเป็นผื่นลมพิษ
- พักผ่อนให้เพียงพอ 6–8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายเกิดกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมในช่วงการนอนหลับ
- รับประทานอาหารให้หลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และรับประทานให้ตรงเวลา
- เสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น Vitamin C, Zinc, Magnesium, Copper เป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ที่มีอนุมูลอิสระทำลายระบบภูมิคุ้มกัน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงสารกระตุ้นที่ก่อให้เกิดผื่นลมพิษ ทั้งจากอาหาร การสูดดม และการสัมผัส ด้วยการสังเกตตัวเองเสมอ
- หลีกเลี่ยงการเกาหรือแกะบริเวณที่เป็นลมพิษเพราะอาจทำให้ผื่นลามใหญ่ขึ้น หรืออักเสบมากขึ้น
- หากเป็นผื่นลมพิษเรื้อรังต่อเนื่องไม่ดีขึ้น ควรพิจารณาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและปัจจัยร่วม หากมีอาการที่เยื่อบุส่วนต่างๆ ร่วมด้วย เช่น เยื่อบุตา ทำให้คัน ตาบวม หรือตาอักเสบ เยื่อบุลำไส้ ทำให้ท้องเสีย เยื่อผุโพรงจมูก ทำให้มีน้ำมูก จาม หรือหายใจลำบาก หอบเหนื่อย ให้รีบพบแพทย์ เพราะหากมีการแพ้เฉียบพลันแบบรุนแรง อาจอันตรายเกิดโรคร้ายแรง
การดูแลผื่นลมพิษ ผ่านการตรวจหาสาเหตุของผื่นลมพิษ เพื่อการดูแลเชิงป้องกัน
ตรวจสารกระตุ้น 3 กลุ่ม ได้แก่ อาหาร และสิ่งแวดล้อมที่มาจากการสัมผัสหรือสูดดม บ่งบอกระดับความรุนแรงของการแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้แต่ละชนิด ตรวจได้มากถึง 107 รายการ
เพื่อให้ทราบถึงระบบภูมิคุ้มกันที่ร่างกายอาจบกพร่อง คือ การตรวจระดับ Vitamin and Micronutrients ผ่านการตรวจเลือด และการตรวจเชิงลึกถึงระดับเนื้อเยื่อ ด้วยเครื่อง Oligoscan ที่สามารถบอกระดับสารพิษโลหะหนัก ระดับวิตามินและแร่ธาตุ ที่สะสมหรือตกค้างภายในร่างกายได้ วิธีการตรวจนี้ง่าย ไม่เจ็บตัว ใช้เวลาตรวจเพียงไม่กี่นาที และแพทย์สามารถนำผลไปวิเคราะห์การรักษาได้อย่างแม่นยำ
โดยแนะนำสูตรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระระดับสูงเพื่อช่วยลดการอักเสบในร่างกาย และเสริมภูมิคุ้มกัน ลดอาการแพ้ ลดอาการผื่น ช่วยขจัดสารพิษ ทำให้อาการผื่นแพ้และภูมิแพ้หายเร็วขึ้น
แนะนำสูตร IV Drip Vitamin
โดยรวม อาการผื่นแพ้ เป็นอาการที่สะท้อนว่าร่างกายคุณกำลังอ่อนแอ และ Lifestyle ที่ไม่สมดุล ส่งผลต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ไม่ออกกำลังกาย ทำให้ปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ ยา เคมีภัณฑ์ ฝุ่นควัน กระตุ้นให้ร่างกายอักเสบ และเป็นผื่นแพ้ภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้น อย่าลืมหันกลับมาดูแลตัวเองก่อนจะแพ้เกินแก้นะคะ
แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ
-
Zuberbier T, et al. "The international EAACI/GA²LEN/EuroGuiDerm/APAAACI guideline for the definition, classification, diagnosis, and management of urticaria." Allergy. 2022;77(3):734–766.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34536239/ -
Fricke J, et al. "Prevalence of chronic urticaria in children and adults across the globe: Systematic review with meta-analysis." Allergy. 2020;75(2):423–432.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31494963/ -
Zuberbier T, et al. "Epidemiology of urticaria: a representative cross-sectional population survey." Clin Exp Dermatol. 2010;35(8):869–873.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/20456386/
คำถามที่พบบ่อย
ผื่นลมพิษคืออะไร
ผื่นลมพิษ (Urticaria) คืออาการผื่นนูนแดง คันมาก เกิดจากเซลล์มาสต์ปล่อยฮีสตามีนออกมา ทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังขยายตัวและรั่วซึม ผื่นมักขึ้น-ยุบภายในไม่กี่ชั่วโมง
ผื่นลมพิษเฉียบพลันกับเรื้อรัง ต่างกันอย่างไร
ผื่นลมพิษเฉียบพลันเกิดขึ้นไม่เกิน 6 สัปดาห์ มักมีสาเหตุชัดเจน เช่น อาหาร ยา หรือการติดเชื้อ ส่วนผื่นเรื้อรังเกิดนานกว่า 6 สัปดาห์ มักหาสาเหตุไม่ได้ และต้องการการรักษาระยะยาว
ผื่นลมพิษเกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุพบบ่อยได้แก่ อาหาร (อาหารทะเล นม ถั่ว), ยา (แอสไพริน ยาปฏิชีวนะ), การติดเชื้อ, ปัจจัยทางกายภาพ (ความเย็น ความร้อน แสงแดด แรงกด), และความเครียด บางรายเกิดจากภูมิคุ้มกันโจมตีตัวเอง
ผื่นลมพิษจากความเย็น ความร้อน หรือแสงแดด รักษาได้ไหม
ผื่นลมพิษทางกายภาพรักษาได้โดยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ใช้ยาแก้แพ้ และในบางรายใช้ยาที่เฉพาะเจาะจงกับประเภทนั้นๆ เช่น ผื่นจากความเย็นควรพกยาแก้แพ้ติดตัว ผื่นจากแสงแดดควรทาครีมกันแดดและสวมเสื้อป้องกัน
เมื่อมีผื่นลมพิษควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก
หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น รับประทานยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง (Cetirizine หรือ Loratadine) ประคบเย็นเพื่อลดอาการคัน หากมีอาการหายใจลำบาก บวมที่ลิ้นหรือคอ ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
วิตามินและแร่ธาตุช่วยลดผื่นลมพิษได้ไหม
วิตามินซี สังกะสี แมกนีเซียม และทองแดง ช่วยลดการอักเสบและสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน งานวิจัยพบว่าการเสริมสารอาหารเหล่านี้อาจช่วยลดความถี่และความรุนแรงของผื่นลมพิษเรื้อรังได้
ผื่นลมพิษเรื้อรังควรพบแพทย์เมื่อไหร่
ควรพบแพทย์เมื่อ: ผื่นเกิดนานกว่า 6 สัปดาห์, ยาแก้แพ้ทั่วไปไม่ช่วย, มีอาการร่วม เช่น บวม ไข้ ปวดข้อ, หรืออาการรบกวนการนอนหลับและชีวิตประจำวัน
ผื่นลมพิษเกี่ยวข้องกับภูมิแพ้อาหารแฝง (IgG) ไหม
การแพ้อาหารแฝง (IgG Food Sensitivity) อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและทำให้ผื่นลมพิษรุนแรงขึ้นในบางราย การตรวจ IgG Food Test ช่วยระบุอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดภาระต่อระบบภูมิคุ้มกัน
Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.
นัดตรวจที่ Thrive →