📋 สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways) — FIT 132
- FIT 132 ไม่ใช่การตรวจแพ้อาหารทั่วไป — ใช้เทคโนโลยี Dual-Signal วัดทั้ง IgG antibody และ Complement C3d (IC-C3d) พร้อมกัน ทำให้แม่นยำกว่าการตรวจ IgG เพียงอย่างเดียวถึง 99.1% [1]
- ครอบคลุมสีผสมและสารปรุงแต่งที่การตรวจ IgG มาตรฐานพลาด — เช่น MSG, Tartrazine, Sodium Benzoate ซึ่งพบได้บ่อยในอาหารไทยและอาหารแปรรูป
- อาการเรื้อรังที่รักษาแล้วไม่หาย อาจมาจากการอักเสบต่ำ (Low-grade Inflammation) จากอาหาร สีผสม หรือสารปรุงแต่งที่คุณทานซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว [2]
- ไม่ต้องงดอาหารก่อนตรวจ เจาะเลือดครั้งเดียว ทราบผล 7–14 วัน พร้อมคำปรึกษาแพทย์แปลผลโดยเฉพาะ
- ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับอาหาร เพื่อวางแผน Elimination Diet ที่ครบถ้วนและป้องกันการขาดสารอาหาร
FIT 132 คืออะไร — และต่างจากการตรวจ IgG 222 ชนิดอย่างไร
FIT 132 ย่อมาจาก Food Inflammation Test — การตรวจเลือดที่ออกแบบมาเพื่อระบุว่าอาหารชนิดใดกำลังกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานเกิน จนก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Low-grade Chronic Inflammation) ที่อาจเป็นต้นเหตุของอาการที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกันกับอาหารเลย
ความแตกต่างหลักจากการตรวจ Food Sensitivity ภาวะความไวต่ออาหารแบบ IgG 222 ชนิดทั่วไปอยู่ที่ วิธีวัดสัญญาณ FIT 132 ใช้เทคนิค ELISA ที่จดสิทธิบัตรโดย KBMO Diagnostics ซึ่งตรวจจับสัญญาณ 2 ตัวพร้อมกัน:
- IgG antibody (แอนติบอดีชนิด IgG ที่ร่างกายสร้างต่ออาหาร)
- Complement C3d — IC-C3d (สารเชิงซ้อนทางภูมิคุ้มกันที่บ่งชี้ว่าการอักเสบเริ่มทำงานแล้ว)
สำคัญ: Complement C3d บ่งชี้การอักเสบที่เริ่มแล้ว — ไม่ใช่แค่ความเสี่ยง
IgG เพียงอย่างเดียวบอกว่าร่างกาย “จดจำ” อาหารนั้นว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม แต่ IC-C3d บอกว่าระบบ Complement ถูกกระตุ้นแล้ว ซึ่งเป็นขั้นตอนถัดไปที่นำไปสู่การอักเสบจริง การวัดทั้งสองสัญญาณพร้อมกันจึงให้ภาพที่แม่นยำและครบถ้วนกว่า [1]
เปรียบเทียบ FIT 132 กับ Food Intolerance IgG 222 ชนิด
| ปัจจัย | FIT 132 | IgG 222 ชนิด |
|---|---|---|
| สัญญาณที่วัด | IgG + Complement C3d (Dual-Signal) | IgG เพียงอย่างเดียว |
| ความแม่นยำ | 99.1% [1] | สูง แต่ต่ำกว่า Dual-Signal |
| จำนวนรายการ | 132 (รวมสีผสม + สารปรุงแต่ง) | 222 (อาหารเท่านั้น) |
| สีผสมและสารปรุงแต่ง | ✅ ครอบคลุม (MSG, Tartrazine ฯลฯ) | ❌ ไม่ครอบคลุม |
| ระยะเวลาผล | 7–14 วัน | 3 วัน |
| เหมาะสำหรับ | การอักเสบเรื้อรัง, Autoimmune, ผล IgG เดิมไม่ชัดเจน | การตรวจเบื้องต้น, ต้องการผลเร็ว |
อาการที่บ่งชี้ว่าควรตรวจ FIT 132
การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำจากอาหารมักไม่แสดงอาการชัดเจนอย่างการแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน แต่สะสมทีละนิดจนเกิดอาการหลากหลายที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน งานวิจัยในวารสาร Gut พบว่า ผู้ป่วย IBS ที่งดอาหารตามผล IgG มีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายใน 3 เดือน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้งดอาหารตามผล [2]
ผู้ที่ควรพิจารณาตรวจ FIT 132 โดยเฉพาะ ได้แก่ ผู้ที่เคยตรวจ IgG 222 แล้วแต่ผลไม่ชัดเจนหรืออาการไม่ดีขึ้นหลังปรับอาหาร ผู้ที่มีอาการคล้าย Autoimmune, และผู้ที่บริโภคอาหารแปรรูปหรืออาหารที่มีสีผสมเป็นประจำ
อาหาร 132 รายการที่ตรวจ — ครอบคลุมอะไรบ้าง
FIT 132 ครอบคลุมอาหาร สี และสารปรุงแต่งใน 4 หมวดหลัก:
อาหาร 8 กลุ่มหลัก
- • ผลิตภัณฑ์จากนม (นม เนย ชีส)
- • ไข่ (ทั้งไข่ขาวและไข่แดง)
- • ข้าวสาลีและกลูเตน
- • ถั่วลิสงและถั่วเปลือกแข็ง
- • ปลาและอาหารทะเล
- • ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่ว
- • เนื้อสัตว์ (วัว หมู ไก่)
- • ผักและผลไม้หลากชนิด
สีผสมอาหาร (Food Dyes)
- • Tartrazine (Yellow No.5)
- • Sunset Yellow (Yellow No.6)
- • Erythrosine (Red No.3)
- • Allura Red (Red No.40)
- • Brilliant Blue (Blue No.1)
- • Indigotine (Blue No.2)
สารปรุงแต่ง (Additives)
- • MSG (Monosodium Glutamate)
- • Sodium Benzoate (สารกันบูด)
- • Sodium Nitrite (ในเนื้อแปรรูป)
- • BHA / BHT (สารกันหืน)
- • Carrageenan (สารข้นอาหาร)
ธัญพืชและพืชตระกูลถั่ว
- • ข้าวขาว ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต
- • ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์
- • ถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วแดง
- • เมล็ดงา เมล็ดทานตะวัน
วิธีตรวจและขั้นตอน — ง่ายกว่าที่คิด
ไม่ต้องงดอาหารหรืออดน้ำก่อนตรวจ ซึ่งเป็นข้อดีสำคัญสำหรับผู้ที่ตารางงานยุ่ง
นัดหมายแพทย์
โทรหรือ LINE เพื่อนัดวัน — ไม่ต้องเตรียมตัวพิเศษ ทานอาหารได้ตามปกติ
เจาะเลือด 10–15 นาที
เก็บตัวอย่างเลือดปริมาณเล็กน้อย ส่งไปห้องปฏิบัติการเฉพาะทางเพื่อวิเคราะห์ด้วยเทคนิค ELISA
รอผล 7–14 วัน
วิเคราะห์ทั้ง IgG และ Complement C3d สำหรับ 132 รายการ ผลออกมาเป็นรายงานแยกระดับปฏิกิริยา
คำปรึกษาแพทย์แปลผล
แพทย์อธิบายผลในบริบทอาการของคุณ และวางแผน Elimination Diet เฉพาะบุคคล
นำผลตรวจ FIT 132 ไปทำอะไรได้บ้าง
ผลตรวจจะแบ่งอาหารออกเป็น 3 ระดับปฏิกิริยา: สูง (High), กลาง (Moderate), และ ต่ำ (Low/Borderline) แพทย์จะใช้ข้อมูลนี้ออกแบบแผนอาหาร 2 ระยะ:
ระยะที่ 1 — Elimination Diet (4–8 สัปดาห์) งดอาหารที่มีปฏิกิริยาระดับสูงและกลางออกทั้งหมด เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันพักฟื้น งานวิจัยในกลุ่มผู้ป่วยไมเกรนพบว่า การงดอาหารตามผล IgG ช่วยลดความถี่ของไมเกรนได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ปรับอาหาร [3]
ระยะที่ 2 — Rotation Diet (หลัง 8 สัปดาห์) ทดสอบทานอาหารที่งดกลับมาทีละชนิด สังเกตว่าอาการกลับมาหรือไม่ เพื่อยืนยันว่าอาหารชนิดนั้นเป็น Trigger ของคุณจริงๆ และระบุว่าต้องหลีกเลี่ยงถาวรหรือสามารถทานได้เป็นครั้งคราว
ข้อค้นพบสำคัญ: งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Gut แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วย IBS กลุ่มที่งดอาหารตามผล IgG มีคะแนนอาการดีขึ้น 26% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับอาหารหลอก (Sham elimination) ซึ่งบ่งชี้ว่าการระบุและงด Trigger Foods มีผลต่อการอักเสบในลำไส้จริง [2]
มุมมองจากแพทย์ที่ Thrive — ทำไมถึงเลือก FIT 132
”ที่ Thrive เราใช้ FIT 132 สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังซับซ้อน หรือเคยตรวจ IgG แล้วแต่ผลไม่ชัดเจน เพราะการวัด Complement C3d ร่วมด้วยช่วยให้เราเห็นว่าการอักเสบเริ่มทำงานจริงหรือเปล่า ไม่ใช่แค่ว่าร่างกายจดจำอาหารนั้นว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ความแตกต่างนี้มีความสำคัญมากในการวางแผนการรักษา”
”The intestinal immune system is in constant interaction with ingested food antigens; when tolerance breaks down and IgG-mediated immune complexes form, the complement cascade amplifies tissue inflammation — identifying and removing the dietary triggers is the most direct intervention available.”
อ้างอิงทางวิทยาศาสตร์
- [1] KBMO Diagnostics. Food Inflammation Test (FIT) — Technical Overview: Dual IgG + IC-C3d Methodology. KBMO Diagnostics Technical Report. Accessed 2026. kbmodiagnostics.com
- [2] Atkinson W, et al. Food elimination based on IgG antibodies in irritable bowel syndrome: a randomised controlled trial. Gut. 2004;53(10):1459–1464. PubMed PMID: 15361499
- [3] Alpay K, et al. Diet restriction in migraine, based on IgG against foods: a clinical double-blind, randomised, cross-over trial. Cephalalgia. 2010;30(7):829–837. PubMed PMID: 20647174
- [4] Fasano A. Leaky gut and autoimmune diseases. Clin Rev Allergy Immunol. 2012;42(1):71–78. PubMed PMID: 22109896
- [5] Bentz S, et al. Clinical relevance of IgG antibodies against food antigens in Crohn’s disease. Digestion. 2010;81(4):252–264. PubMed PMID: 20197671
- [6] Karakula-Juchnowicz H, et al. The role of IgG hypersensitivity in the pathogenesis and therapy of depressive disorders. Nutr Neurosci. 2017;20(2):110–118. PubMed PMID: 28264178